Teerayut 的个人资料Bebomb照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
1月28日 ปริญญา 2 ใบ บทความดีๆ นักศึกษาทั้งหลาย...... ถ้าท่านไม่มีปริญญา 2 ใบ ชีวิตของท่านอาจจะเป็นแค่ หุ่นยนต์เท่านั้นเอง !
" ===ปริญญาสองใบ...==== " ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมากคือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดัง มาก เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร นะ มาเรียนที่อเมริกา เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิสทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดูว่าสะอาดจริงมั้ย กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย ต้องให้ดีที่สุดเวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สอง แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอ แผนที่สามใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจมีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง วันหนึ่งแกพักผ่อนหลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย ลุกเมียไปขอพบ บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิตวันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุ๊บ ลงไป ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็งพอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย จริง ๆ เค้าก็เตือนตลอดแต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้ แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน บันทึกชีวิตแก ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่ กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า พ่อผมเคยบอกว่าเกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ ปริญญาใบที่หนึ่ง \"ปริญญาวิชาชีพ\" เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น พูดง่าย ๆล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ แต่\"ปริญญาวิชาชีวิต\"ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้ แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิงผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก เพราะอะไรเพราะทำงานจนป่วยตาย ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่างบ้าน รถ มอบมันให้กับลูกและภรรยาแต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้ สิ่งที่ว่านี้คือผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย นี่คือปริญญาวิชาชีวิตธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเองที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้วอย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ แต่ละวันควรจะมี ให้ดูแลตัวเองดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์ มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่าแบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่า พยายามลดลงในแต่ละวัน ๆเพื่อที่ว่าอะไร เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิตหนึ่งปริญญาวิชาชีพ เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่งมีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่ แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สองคือวิชาธรรมะ สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลางไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุขอยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก อยากทำบุญให้ได้ทำบุญลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุดและมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี เพราะ อะไร เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด บางคนก็ตอบเงิน บางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทองบางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์ พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วยคนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อย ะ และก็ชีวิตของเรา “คนสุขภาพดี ดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อย” ส่งมาฝากจาก "เกด" ที่มา:จาก จากเอมไทย ที่มาจาก soccersuck http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=75391
ฝากแด่ทุกคนนะ ด้วยความรักและห่วงใย 1月7日 แม้แสงจะลับฟ้าไปแล้ว แต่ชีวิตยังคงต้องก้าวต่อไปความตายคงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากได้พบ ไม่ว่าจะเป็นกับตัวเอง เพื่อน คนรุ้จัก คนสำคัญ
ทุกครั้งที่ความตายเกิดขึ้น ความทุกข์ เศร้า จะตามมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับมนุษย์ซึ่งอยู่ด้วยกันในชุมชน
แต่ยังไงๆ เกิด แก่ เจ็บ ตาย คนเราคงต้องเผชิญกับมัน อย่างน้อยสักครั้งในชีวิตนี้
ความตายของคนที่เรารัก ย่อมนำความเศร้ามาที่ตัวเรา ความเศร้าจะทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราคิดถึงอดีตที่คนๆ นั้นมีให้กับเรา
คำถามคือว่า "ทำไมพึ่งมาเห็นความสำคัญกันตอนนี้" มันคือสิ่งที่ควรจะทำจริงๆหรือ
น้องคนหนึ่งทีรู้จัก ได้เขียนข้อความไว้ข้อความหนึ่ง ความว่า "กว่าจะรู้คุณค่าของแสง ก็ต้องรอจนกระทั่งแสงดับลงไปแล้ว"
ข้อความนี้ ใครเห็นอาจจะด่าว่า ต่างๆนานา ช่างเขา แต่อย่างน้อยมันก็สะท้อนถึงสภาพสังคมของเราที่ดีมาก
เราเห็นค่าของคนที่เรารักมากที่สุด ตอนที่เขาจากไปแล้ว จริงหรือ
การแสดงออกของส่วนต่างๆ ค่อนข้างชัดเจน จนบางครั้ง ไร้เหตุผล อย่างไม่น่าเชื่อ
ขณะที่คนที่ใกล้ชิด ทำตัวอย่างปกติเพียงแต่ใส่ชุดสุภาพดำหรือขาว ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานต่อไป
คนไกลตัว กลับบีบบังคับตัวเองให้เศร้ากับการจากไป...
เรายังคงต้องเดินต่อไปครับ เศร้าได้ แต่ต้องไม่ยึดติดกับความเศร้านั้น
ยิ่งถ้าเราทำดีที่สุดแล้วในขณะที่แสงนั่นยังสว่างอยู่ เมื่อเราย้อนกลับไปมองอดีต เราควรที่จะยิ้มไม่ใช่เหรอ
ยิ้มในอดีตที่เรามีความสุขร่วมกัน เป็นพลังในการที่จะก้าวต่อไปในอนาคตที่แข็งแกร่งสิครับ |
|
|