Teerayut 的个人资料Bebomb照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
11月28日 มหากาพย์แห่งความเคียดแค้น - วีระ ธีรภัร"ว่ากันว่า ความแค้นของพราหมณ์ ความโลภของพ่อค้า ความหยิ่งในศักดิ์ศรีของนักรบ คือจุดจบของยุคแห่งความรุ่งเรืองยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์"
เป็นบทสรุปของอาจารย์วีระ ธีรภัทร จากกรุงเทพธุรกิจ ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย. ในชื่อหัวข้อว่า "มหากาพย์แห่งความเคียดแค้น" ลองคัดในบทที่เกี่ยวกับมหาภารตะนะที่อาจารย์สรุปมาให้ฟัง
"เรื่อง ของเรื่องคงเป็นเพราะสิ่งที่ปรากฏในมหากาพย์มหาภารตะตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ เป็นเรื่องราวของความขัดแย้งที่ไม่สามารถประนีประนอมยอมความกันได้ ต้องตัดสินด้วยการทำสงครามห้ำหั่นแบบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างคนในครอบครัว เดียวกัน
จะเรียกว่ามหากาพย์แห่งความเคียดแค้นก็ไม่ผิด แต่ด้วยเหตุที่คู่ขัดแย้งหลักคือพวกพี่ น้องเการพและพวกพี่น้องปาณฑพ ต่างก็มีมิตรสหายเป็นพระราชาแว่นแคว้นต่างๆ เป็นจำนวนมาก ก็เลยกลายเป็นพันธมิตรถือหางเลือกข้างสมทบเข้าร่วมรบด้วย ทำให้สงครามที่เกิดขึ้นมิใช่เพียงคู่ขัดแย้งหลักคือฝ่ายเการพและฝ่ายปาณ ฑพเท่านั้น แต่ยังขยายวงไปถึงวงศาคณาญาติของอีกสองฝ่ายเป็นจำนวนมาก เมื่อ สงครามบนทุ่งกุรุเกษตรที่ใช้เวลาต่อสู้กันอย่างยาวนานถึง 18 วันเต็มยุติลง ปรากฏว่าบรรดากองทัพของสองฝ่ายที่เข้าห้ำหั่นกัน 18 อักเษาหิณี ล้มตายกันเกือบหมด แม้ว่าชัยชนะจะเป็นของพวกปาณฑพ แต่ญาติสนิทมิตรสหายของพวกปาณฑพก็ไม่เหลือ รวมทั้งลูกหลานของพวกพี่น้องปาณฑพก็ตายหมดสิ้นไปในสงครามครั้งนี้ด้วย งานนี้เรียกว่าเป็นมหากาพย์บันทึกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองของชนชั้นวรรณะนักรบในสมัยอินเดียโบราณครั้งสำคัญที่สุด เรื่องมหากาพย์มหาภารตะที่ว่าเมื่อผม ศึกษาค้นคว้าลึกซึ้งขึ้นไปตามลำดับก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า ท่านผู้ใหญ่ในสมัยก่อนคงจะเห็นปมปัญหาของความขัดแย้งที่ซ่อนเร้นอยู่ไม่อยาก เอาเยี่ยงอย่าง " ถึงตรงนี้สำหรับประเทศไทย มันจะเป็นจุดจบจริงหรือเปล่า ความจริงแล้ว นอกเหนือจากที่อ.วีระได้สรุปมา คุณนิติภูมิ นวรัตน์ เคยเขียนเรื่องจุดจบประเทศไทย 2553 โดยมีเนื้อหาที่อ่านไปอ่านมาก็จะได้แก่นคล้ายๆกันคือประเทศไทยไม่เคยถูกทำลายด้วยคนอื่น แต่พังเพราะคนประเทศตัวเอง...
สุดท้าย ฝากผู้ที่มีใจรักในประชาธิปไตยทั้งหลาย ประชาธิปไตยมันมีอยู่หลายเรื่อง รากของประชาธิปไตยในความคิดผมคือการที่คนรู้จักที่จะกระทำและรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นๆ ที่ว่าเป็นรากเป็นถ้าทุกคนมีสิ่งที่ว่านี้ ทุกคนจะทำในสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ ในความหมายเชิงสังคม ไม่ใช่กฎหมาย 11月12日 อะไรคือ Happiness isมีคนถามมาเยอะเหลือเกิน สำหรับ blog ครั้งก่อน "Happiness is" ว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอบง่ายๆคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรน่าสนใจ ในมุมมองของคนอื่น แต่พอดีว่าเกิดกับตัวเองเลยเป็นพิเศษ
พิเศษตรงที่ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำสิ่งนั้นโดยที่ใจตัวเองเป็นคนสั่งให้ทำ เพราะกลัว กลัวอะไรก็ไม่รู้...
พอมันผ่านจุดนั้นมาได้ มันมีความสุข มันเหมือนกับปลดล็อคตัวเอง ก็เท่านั้นเองหล่ะครับ คุยอะไรก็สบายไม่คิดมาก เหมือนแต่ก่อน
จบแล้ว ความสุขที่แสนจะน้อยนิดแต่มหาศาล
ใครอาจสืบก็ตามสืบไปนะครับ... ไม่บอก ไปตามล่าใน space กับ mul เอง... แต่คนที่จะหาได้นี่ถ้าไม่รู้จักกันมานานไม่เจอหรอก...
11月6日 คัดหลีดจุฬาฯ 65ยินดีต้อนรับผู้มากจาก Google เป็นพิเศษ (ขอดักอิอิ) ขอไม่บรรยายนะว่าใครเป็นใคร ข่าวมีเยอะแยะไปอ่านเอาเอง หุหุ ใครอาจดูภาพเพื่อก็เชิญไปดูที่ http://bombanizer.multiply.com/photos/album/77/77 (เลขสวยจริงๆ)
รูปไม่ครบ - -" ขออภัย เอารูปหมู่ มาสู้กันหล่ะกันนะ อันนี้มาจากท่าพระจันทร์ 11月2日 Happyness isคนหนึ่งคนบางครั้งก็มีสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้อย่างมั่นใจ และก็มีสิ่งที่ตัวเองกลัวที่จะทำลงไป
กลัวอะไร กลัวสิ่งที่ทำไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง กลัวผิดหวัง กลัว braๆๆๆ
กลัวจนไม่กล้าที่จะเดินต่อไป...
กลัวทั้งๆที่ ไม่มีเหตุผล แต่ใจเรามันกลัว
แต่ดันไม่เคยคิดเลยว่า ถ้าไม่เดินต่อไปแล้ว มันก็หยุดอยู่กับที่
ความกลัวกับการหยุดเดินต่อ มันไม่เคยเกี่ยวข้องกัน แต่มันกับมาด้วยกันตลอดเวลา
การทำลายกำแพงนั้นเพื่อที่จะเดินต่อไป คือสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับคนๆ หนึ่ง
ผลจากการทำลายกำแพงนั้น เชื่อเถอะครับ ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหริอไม่ดี ความสุขเกิด
เกิดเพราะเราได้ปลดปล่อยอะไรออกไปหลายๆอย่าง ยิ่งถ้าผลลัพธ์มันดีมันยิ่งทำให้เรามีความสุขมากกว่าปกติเสียอีก
วันเสาร์ที่ผ่านมา ขอบคุณฟ้า ที่ทำให้ผมต้องเดินทางกลับไปที่จุฬาฯ อีกครั้งในตอนค่ำ และทำให้ผมได้รู้ว่า ความสุขมันยังมีอยู่จริง
ขอบคุณมากๆ ครับ ^ _ ^
|
|
|