Teerayut 的个人资料Bebomb照片日志列表更多 工具 帮助

日志


5月18日

"พิมพ์โชว์ให้ดูหน่อยสิ" - พักงานสอนเพราะเสีย Self

อย่างที่หลายๆ คนแอบทราบมาว่า ข้าพเจ้าไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนภาคคอมฯ ของม. สยามตามคำเชิญชวนของพี่แจง
เทอมนี้เป็นภาคฤดูร้อน ซึ่งข้าพเจ้าได้รับเกียรติให้สอน 2 วิชาคือ Wireless Network และ Operating System Laboratory
แต่เนื่องด้วยข้าพเจ้าก็ต้องทำงานในวันธรรมดาจึงต้องสอนทั้ง 2 วิชานี้ในวันเสาร์ 6 ชั่วโมง - -"
 
วันนี้เป็นวันที่นัดเด็กมาสอบกลางภาค วิชา wireless network และ quiz ของ OS Lab.
 
Quiz ของ OS Lab เนื่องด้วยเราไม่ชอบความธรรมดาเลยอัญเชิญวิธีบูชิโดแห่งภาควิชามา นั่นก็คือ
 
Unix Proficiency Test หรือการทดสอบความโปรในการใช้ระบบ Unix นี่เอง 555+
 
แน่นอนด้วยความจำเป็นบางอย่าง ต้องลดความโหดลงพอสมควร เนื่องด้วยการทดสอบนี้ที่ภาคค่อนข้างที่จะ Hardcore และติด Rate หมายถึงห้ามคนเป็นโรคหัวใจมาทำการทดสอบเด็ดขาด
เพราะการทดสอบคือ...
การที่เด็กๆ จะต้องมาประทะวิทยายุทธ unix กับคนคุมสอบตัวต่อตัว ไม่ใช้สลิงและตัวแสดงแทน ภายใต้เวลาที่จำกัดโดยตัวนับถอยหลังอันรือลั่น... จำนวน 20 ข้อ 15 นาที
 
ความโหดเหี้ยมอยู่ตรงที่ว่า ภาคคอมฯ ไม่เคยสอน Unix ให้นิสิตเลยครับ - -" ดังนั้นการช่วยกันอ่านและ practice ด้วยตัวเองจึงเป็นวิธีการเอาตัวรอดที่ดีที่สุด...
 
แต่ที่ไปใช้ที่ม.สยามนั้น ได้ลดความ Hardcore ไปพอสมควร Unix ก็สอนให้ จำนวนข้อก็ลดลง แต่ยังคงเอกลักษณ์เดิม คือสอบตัวต่อตัว ในเวลาจำกัดนั่นเอง
 
การสอบเริ่มต้นหลังจากสอบ midterm วิชา Wireless Network เสร็จ 30 นาที (ประมาณเที่ยง)
 
ธีรยุทธนั่งจังก้า อยู่หน้าห้อง ประกาศกร้าว ใครพร้อมเข้ามาได้เลย
   (เปรียบดังแม่ทัพในเรื่องสามก๊ก ที่แหกมาโวยวาย ข้า... แน่จริงเข้ามา 555+)
.
.
.
ไม่มีใครเข้ามาเลย - -" มีกระซิบประมาณว่า "เฮ้ย.. ไปก่อนดิ ๆๆ"
 
เราก็ไม่รอช้า เรียกตามเลขที่เลยหล่ะกัน เล่นตัวดีนัก
    (ทีอย่างงี้กร้าว ทีจะ add m สาวน้อยซักคนที่มันกด Enter ลำบากจริงๆนะ โบมุ โบมุ - -")
 
ก็ค่อยๆ ออกมาทีละคนๆ ๆ
 
ความจริงวัตถุประสงค์ ในการทดสอบ Unix Proficiency ที่ม.สยาม นั้นแตกต่างจากที่จุฬาฯ พอสมควร เพราะที่นี่เราต้องการรู้ว่า เด็กเข้าใจและตามทัน ที่เราสอนหรือไม่ ไม่ใช่ฆ่าดะ...
 
แล้วผลก็ออกมาอย่างที่คิดไว้
    เส้นยาแดงผ่าแปด เก้า สิบ
 
เฮ้อ ไม่คนสอนพูดไม่รู้เรื่อง ก็คนฟังไม่เข้าใจ มีอยู่ 2 อย่าง แต่ยังไงคนสอนก็ต้องปรับปรุงอ่ะนะ จะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
 
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ช็อตเด็ดประจำวันคือ ประโยคที่เป็น Title ของ blog นี้นี่เอง
มีเด็กคนหนึ่ง ท่าทางตั้งใจเรียนน้อยๆ เห็นมาเรียน ก็แอบ Dota - -"
 
ในระหว่างการสอบได้พูดคำว่า "พิมพ์โชว์ให้ดูหน่อยสิ" โดยจุดประสงค์เพื่อให้เด็กคนนั้นแสดงการใช้งานในข้อนั้นๆ
แต่เด็กคนนี้ พิมพ์ว่า "S" "H" "O" "W" Enter
.
.
.
 
พืมพ์โชว์ให้ดูหน่อยสิ  เจออย่างนี้ไปเอาหัวโขกโต๊ะไปสามที
 
สงสัยต้องไปเรียนวิธีสอนใหม่ T_T คุยกันคนละภาษาแย่และ
 
เสีย Self ไปในบัดดล
 
 
อย่างไรก็ตาม เทอมหน้าหยุดสอนชั่วคราว เนื่องด้วยภารกิจที่เยอะขึ้น อย่างปลายเดือนนี้ก็จะต้องออกไปต่างประเทศอีก อาจจะไม่มีเวลาเตรียมตัวมากมาย ซึ่งถ้าเตรียมตัวไม่พอ มาตรฐานการสอนก็ต่ำ (ปกติก็ต่ำอยู่แล้ว - -")  สอนคนออกมาก็ได้ไม่ดี อย่างนี้ไม่สอนดีกว่า...
 
แน่นอนว่าช่วงที่หยุดไปนี่ นอกจากจะไปจัดการเรื่องงานแล้ว ยังรวมเรื่องการเรียนเสริม เช่นพวกภาษาญี่ปุ่น พวกนี้  แต่ที่แน่ๆ ธีรยุทธ จะกลับมาเป็น Musician อีกครั้ง 555+ นี่คือสิ่งที่ Happy ที่สุดเลย Open-mouthed
 
แล้วเจอกันอีกเทอม เมื่อข้าพเจ้าแข็งแร่งกว่านี้ นะจ๊ะ พี่น้อง ^ ^
5月12日

X-Japan - PINK SPIDER (hide Memorial Summit) Live

จำได้ว่า ตอนที่อยู่ม.2 -3 ตอนแอบใช้ IBC เถื่อนอยู่ ก็แอบได้ช่องของทาง Thai Sky TV มาดูด้วย แต่ก็ดูไม่ชัด
ช่วงนั้นจะมีเพลงอยู่เพลงนึง ที่หลอนๆ หูอยู่ แต่เนื่องด้วยดู Thai Sky TV ไม่ชัดเลย ก็เลยไม่รู้ว่าวงที่ร้องเพลงๆ นั้นมันวงอะไรฟะ
 
ซักปี 2 ปี ก็ไปเจอวงไทยอะไรก็ไม่รู้ออกเพลงมาทำนองคล้ายๆกันเลย
 
"เธอไม่เคยจะตาย จากไปในใจฉันยังมีเธอ..."
 
เออ ทำนองมันคุ้นๆนะ... ตั้งแต่ตอนนั้น เลยไม่ฟังเพลงไทยจนเข้ามหาวิทยาลัย - -"
 
กว่าจะรู้ว่าเพลงนั้นชื่อว่า "Say Anything" และวงๆ นั้นชื่อว่า X-Japan ก็ล่อไป ม.ปลาย แล้วก็เป็นช่วงที่วงกำลังจะออกอัลบั้มสุดท้ายคือ Dahlia
ตอนแรกฟังไปก็บอกได้คำเดียวว่า ไม่รู้เรื่อง  - -"
.
.
.
แต่พอฟังไปเรื่อยๆ รู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่า การตีกลองบ้าพลังอย่าเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับบางวงที่ตีกลองอย่างกับเคาะกระป๋อง
 
ในความดัง กลับมีความสงบ
ในความวุ่นวาย กลับพบความเนี้ยบ
ในความรวดเร็ว กลับพบความนุ่มนวล
 
วงนี้มันเท่ห์ดีหว่ะ ก็เลยฟัง X-Japan เป้นวงแรก ทำให้รู้จักกับ Luna Sea, L'arc และ Grey ไปเรื่อยๆ
 
น่าเสียดายที่ฟังได้แป๊ปเดียว วงก้ยุบไป ถัดมาอีก 1 ปี มือกีตาร์อย่าง Hide ก็มาเสียชีวิตไปอีก
ก็คิดว่าคงไม่มีอีกแล้วมั้ง
 
ผ่านมา 10 ปี ไม่น่าเชื่อว่าวงจะกลับมารวมตัวกันอีกแล้วก็เปิดคอนเสิร์ตใหญ่อีกครั้งในเดือน มีนาคมที่ผ่านมา
และในวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ได้มีงานชื่อ Hide Memorial Summit ขึ้น เพื่อไว้อาลัยแก่ Hide ซึ่งก็มีผู้ร่วมงานมากมาก ทั้ง X-Japan,Luna Sea,  Dir en grey และแม้กระทั่ง TM Revolution
เป็นการระลึกถึงความสุขที่ Hide เคยทำไว้ให้กับคนดูมาตลอดเวลา...
 
สำหรับผมแล้ว X-Japan ทำให้ผมเริ่มที่จะจับดนตรีขึ้นมา ยังจำได้ถึงวันที่ไปซื้อกีตาร์ตัวแรก (ปัจจุบันก็ยังใช้งานอยู่) แม้กระทั่ง การไปนั่งเรียนเปียโนขณะที่ตอนนั้นคนอื่นไปนั้งเรียน เจี๋ย อ.อุ๊ หรือ อ.เผ่า 555+
รู้สึกดีที่อย่างน้อยๆ Sense อีกด้านที่ไม่ใช่ด้านการเรียนของผม ก็มีแรงบันดาลใจมาจากวงๆ นี้ครับ
 
Clip นี้ X-Japan ร้องให้กับ Hide เพราะเป็นเป็นของวงที่ Hide ตั้งขึ้นหลังจากที่ยุบ X-Japan ไป มี Sugizo และ Shinya จาก LunaSea มาแจมด้วยครับ
 
Ping Spider