Teerayut 的个人资料Bebomb照片日志列表更多 工具 帮助

日志


6月24日

ประเทศนี้มันบ้าตีความกฏหมายกันมากหรือไงฟะ

สืบเนื่องจาก http://www.blognone.com/node/8143 ว่าด้วยเรื่องของ

MPAA ระบุ "แค่แชร์ไฟล์ก็ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์"

ข่าวโดยย่อคือ คดีความการที่มีนายคนหนึ่ง เปิดแชร์ไฟล์ผ่านอินเทอร์เน็ต แล้วโดนจับ ขึ้นโรงขึ้นศาลกันไป
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ทางเจ้าทุกข์คือ MPAA เนี่ย ประมาณไปล่อซื้อ หรือในทางเน็ตคือ เห็นไฟล์ที่นายคนนี้แชร์อยู่ก็เลยไปโหลด แล้วก็ฟ้องมัน โดยไม่มีหลักฐานว่า ไฟล์นี้ถูกแชร์ไปให้คนอื่น

ซึ่งทางโจทก์ก็พยายามระบุว่าการเปิดให้ไฟล์เข้าถึงได้ในที่สาธารณะ ก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดได้แล้วง

แน่นอนว่า ถ้าในเมืองไทย พรบ. ลิขสิทธิ์ เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจน อยู่แล้ว (เคยไปนั่งอ่านในกระทู้พันธ์ทิพย์ เวลามีคนตบรู้คนในกระทู้กล้องไปแอบใช้ ก็จะมีคนแว่ว เรื่องนี้มา)
ก็ลองอ่านตามนี้ดู http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%93%E0%B9%97

Comment ก็ดูดีนะครับ แต่ว่าทำไมต้องมีพวกประเภทสุดโต่งมาเสนอ case ประหลาดด้วยเนี่ย ไอ้ประมาณใส่หูฟังกันทั้งประเทศอย่างนี้หน่ะ

เท่าที่อ่านๆดูแล้ว เข้าใจว่า (เป็น Noob กฏหมายเหมือนกัน ขอออกตัว)
เรื่องฟังเพลงนี่ มันมีข้อยกเว้นอยู่นะ...
ทำไม truevision มันถึงจับร้านอาหารที่เปิดให้คนดูได้หล่ะ เพราะมันมีสัญญาเพิ่มเติมมิใช่รือ ที่เราๆ ไม่สนใจ เซ็นต์รับๆไปหน่ะ แล้วยังจะมาโวยวายอะไรอีก

พูดถึงเรื่อง สัญญาเพิ่มเติมนี่ ก็นะ ดูอย่างบางสถานที่ เอกสารเขียนไว้ชัดเจนว่าเขายกให้คนอื่นไปแล้ว ยังมาโวยวาย อ้างอุดมการณ์ จิตวิญญาณอยู่นั่นแหละ

แถกันเข้าไป เห้อ ส่วนใหญ่เรียนกฏหมายมากันก็ ม. 5 วิชาสังคมด้วยกันทั้งนั้น (เตรียม Entrance Only จบแล้วโยนทิ้ง)

ว่ากันไป ทำไมกฏหมายอยู่นิ่งๆของมัน แบ่งแยก ขาวดำไว้ค่อนข้างดี แต่ก็มีคนพยายามหาสีเทาให้มันอีก ความจริงช่วงสีเทานี่แหละตัวดูดความเจริญของประเทศนี้เลย ไม่ว่าจะคอรัปชั่นต่างๆนานา หรือความขัดแย้งที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ มันก็มาจากความพยายามหาช่องสีเทานี่แหละ  ถ้ารู้จักกับพวกรักษากฏหมายหน่อยนึง เล่นผ่านช่องนี้ ก้ำกึ่งๆ มันก็แอบหยวนๆให้ ทุกที

อารมณ์เหมือนกับพวกขับมอเตอร์ไซต์บนฟุตบาท อ่ะ พอตำรวจมามันก็เคลมตัวเองเป็นจักรยานซะงั้น เอาขาไถๆหน่อยเรียกความสงสาร พอลงถนนก็ขับปาดคนโน้นคนนี้ไปทั่ว พอไปชนเขาก็บอกตรูรถเล็กเสียเปรียบ ฮ่วย

อ่อ ล่าสุดขอพันธมิตรซักทีเหอะ ความจริงไม่ได้เกลียดอะไรนะ แต่ เวลามันปิดถนนทำไมต้องอ้างรัฐธรรมนูญเนี่ย แล้วออกกฎหมายการจราจรทำไม ในเมื่อยังไงก็อ้างมันอย่างนี้ได้ตลอด
เดี๋ยวไม่เท่าเทียม ไอ้เหลิม พูดสั่งผู้ว่าด้วยปากเปล่าทางทีวี หาหลักฐานไม่ได้เพราะไม่เป็นลายลักษณ์อักษร   ผู้ว่าดันทำ ซวยไป - -"

เมื่อไหร่พวกสีเทาลดจำนวนไปจากประเทศนี้ แผ่นดินรับรองสูงขึ้นแน่ๆครับ

 

Reference 
1.  MPAA ระบุ "แค่แชร์ไฟล์ก็ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์", คุณ Lew , http://www.blognone.com/node/8143
2. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537, http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%93%E0%B9%97

 

6月17日

วางตัวให้รู้ว่าเราเป็นคนไทย - พระบรมราโชวาท 27 พ.ค. 2551

 

การได้พบกันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาหลายปี อาจทำให้หลายคนลืมจุดประสงค์การไปอยู่ต่างประเทศ ต่างประเทศเป็นศูนย์กลางทางความคิด ประเทศต่างๆ มีความคิดที่แตกต่างกับคนไทย เมืองไทย ไม่น้อย โดยมากเข้าใจว่าคนไทยต้องทำงาน มีความรู้เหมือนชาวต่างประเทศ ความจริงคนไทยไม่ใช่ชาวต่างประเทศ คนไทยเป็นคนไทย มีความคิด มีวิธีคิดที่แตกต่างกับทั่วโลก

 

เราสังเกตได้ว่า คนไทยมีภาษาไทย ซึ่งภาษาไทยมีความหมายแตกต่างจากภาษาต่างประเทศ ที่น่าสังเกต คนไทยเห็นภาษาไทยไม่ใช่ของสำคัญ ดูท่าทางเหมือนว่า เมืองไทยมีภาษาไทยเหมือนกับให้ล้าสมัย อันนี้ก็น่าเสียดาย เพราะภาษาไทยมีความสำคัญในการปฏิบัติงาน ทุกคนมีหน้าที่ และทุกคนที่อยู่ในเมืองไทย มีหน้าที่ที่ทำความเข้าใจกันว่า จะปฏิบัติงานที่มีหน้าที่ต่างๆ กัน

 

ชาวต่างประเทศคงถามเสมอว่า  เมืองไทยเป็นอย่างไร  คำว่าเมืองไทยเป็นอย่างไร อาจจะน่าประหลาด ที่ถามคือว่า คนไทยเหมือนสัตว์ประหลาด เพราะหน้าตาไม่เหมือนฝรั่ง มีภาษาไม่เหมือนฝรั่ง ที่บอกฝรั่งเพราะมีแขก จีน ญี่ปุ่น ทุกชาติมีความแตกต่างจากเรา ฉะนั้น เราจะต้องรู้สึกว่าเราคนไทยเป็นอย่างไร ไม่ใช่สัตว์ประหลาด อาจจะเป็นสัตว์ประหลาด เพราะเรามีความเป็นอยู่ไม่เหมือนต่างประเทศ เวลาเขารู้จักมากขึ้น ก็รู้ว่าเราไม่เหมือนเขา เพราะเรามีความคิดแปลกจากสัตว์ประหลาดทั่วไป ที่เขานึกว่าเป็นสัตว์ประหลาด ที่จริงเรามีนิสัยใจคอเป็นคนไทย และเวลาเราบอกเขาว่าเป็นคนไทย เขาเกิดคิดออกมาว่ เอ๊ะ หน้าตาอย่างนี้เคยเห็น แต่ไม่ใช่ฝรั่ง ไม่ใช่แขก ไม่ใช่จีน ฉะนั้น เราต้องพยายามที่จะวางตัวแล้วให้รู้ว่าเราเป็นคนไทย เราเป็นคนไทยนี้เป็นคนที่สามารถจะวางตัวอย่างดี แล้วเป็นตัวอย่างกับสัตว์โลก เป็นคนที่ไม่เหมือนกับคนอื่นในโลก

 

 

6月4日

If this is the Life, Let's Beat It

รู้สึกแปลกจริงๆ ทั้งๆที่ตอนเรียนอยู่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายเกี่ยวกับชีวิต รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ใน Matrix อีกโลกหนึ่ง ซึ่งมีแต่ความสุข ความสนุกสนาน และการเรียนรู้ 
เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกผิดหวัง เมื่อใดก็ตามที่ทำผิดพลาด ก็มีรุ่นพี่ อาจารย์ หรือเพื่อนๆ คอยช่วยเหลือ และให้กำลังใจ
การทำกิจกรรมเกือบทุกอย่าง เน้นให้เป็นการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความคมทางปัญญา มากกว่าที่จะเน้นผลงานที่เป็น MasterPeace (เป็นจุดประสงค์รองที่สำคัญ - -")
 
หลังจากที่เรียนจบ ชีวิตก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ แต่มันลดลงเรื่อยๆ
เราได้พบกับเพื่อนๆ น้อยลงเรื่อยๆ  แต่เราพบกับกองงานมากขึ้นเรื่อยๆ
เรามีเวลาที่จะเรียนรู้น้อยลงเรื่อยๆ  แต่เราต้องใช้เวลาในการเอาตัวรอดมากขึ้นเรื่อยๆ
เรามีเวลาความสุขน้อยลง แต่เราต้องพบกับความทุกข์ที่มาจากสิ่งรอบตัวต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ
เราไม่อยากทำผิดพลาด เพราะจะมีคนกระทืบซ้ำทันที (ถ้าสิ่งแวดล้อมที่ทำงานมันเป็นอย่างนั้น)
 
สำคัญที่สุด
เรารู้จักคนเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่คนที่เรารู้จักเริ่มหายไปเรื่อยๆ
 
ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการสูญเสียคนที่เรารู้จักไปเรื่อยๆ สำหรับผมแล้ว ผมเริ่มรู้จักความสูญเสียครั้งแรกจริงๆจังๆ คือตอน ปี3 ซึ่งได้สูญเสียคุณตาไปอย่างกระทันหัน ปีนั้นหลายคนบอกว่าเป็นปีที่ผมห่วยแตกที่สุด
Cost ของมันมากมายเหลือเกิน จากการที่ผมทำใจไม่ได้  ผลคือเกรดเฉลี่ยตกจาก 3 มาเยอะมาก ทำค่ายเกือบเจ๊ง เสียความมั่นใจในตัวเองและเสียเครดิตในมุมมองของคนอื่นไปเยอะมาก
 
รุ่นน้องบางคนถึงขนาดว่า "เอาคนไม่ได้ความอย่างนี้มาคุมได้ยังไง "
 
คิดกลับไป ยังงงตัวเองอยู่ว่า "คนไม่ได้ความตอนนั้น" มันกลับตาลปัตรมาเป็น "ที่พึ่งพาที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร"
 
การไปแก้ปัญหาให้กับจุฬาฯ ทั้งส่วนของภาคฯ ที่ IT หรือ กองกิจฯ รวมถึงการเข้าไปช่วยในงานระดับชาติที่ตัดสินความเป็นความตายของคน แล้วมัน success คือความสุขหว่ะ
การที่อาจารย์ที่เคยสอนเรา ให้เกียรติด้วยการมาถามความเห็นหรือปรึกษา ถือเป็นความภูมิใจที่มากมายแล้ว...
 
 
ทั้งหมดที่ว่ามานี้ มันจะเป็นแค่ความฝัน ถ้าผมกลับสู่เกมส์ไม่ได้  ซึ่งถ้าถามว่ากลับมาได้ตอนไหน ก็คงบอกได้แค่ว่า หลังจากที่คุณย่าเสียไปในช่วงเริ่มปี4  จากนั้นก็เริ่มตั้งสติได้ แต่ยังไงนั้นจำความไม่ได้แล้ว
.
.
.
 
คุณหมอท่านหนึ่งพูดไว้ว่า ชีวิตเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ทำใจได้เลยว่าต้องตายแน่ เพียงแต่ว่าจะตายเร็วหรือช้าเท่านั้น 
นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่บอกว่า mindset ของคนนั้นสำคัญ เพราะ fact คือเกิดแล้วต้องตาย
ถ้าคุณรู้สึกกลัว คุณก็จะทุกข์ ความสามารถในการทำอะไรก็ตาม ก็จะลดลง เพราะมนุษย์เป็นของแปลก ที่ประสิทธิภาพการทำงานขึ้นอยู่กับสภาพจิดใจของตัวเอง (คล้าย อัลเทมาเวพอน - ดาบแสงใน FF)
 
- เจอเพื่อนน้อย ก็นัดเจอ หรือโทรศัพท์ ก็ทำได้
- ความรู้ไม่มี ก็ยังถามหรือทำความเข้าใจได้
- ความทุกข์เกิดได้ แต่ต้องมีสติสู้กับมัน
- ความผิดพลาดเกิดได้ ต้องใช้ความตั้งใจและพยายามสู้กับมัน
 
จงเรียนรู้ในความจริง และหันหน้าสู้กับมัน คือวิธีที่จะมีความสุขในโลกอันยุ่งเหยิงตอนนี้...
 
 
ท้ายสุดนี้  เจ้ากัมพ์ ...
พี่ตู้ จรัสพงษ์ เคยพูดถึงแกว่า "ไม่ว่างานบอลจะบัดซบแค่ไหน ขอมีแกไปเต้นให้คนมีความสุข เท่านั้นก็พอแล้ว"  แกยังจำได้ไหม...
ที่ผ่านมา แกทำให้คนอื่นมีความสุขมากๆนะเว้ย
ขอบคุณทุกๆอย่างที่ผ่านมา
พี่จะจำชื่อแกไว้ตลอดไป
หลับให้สบายนะ ไอ้น้อง...
6月1日

ปากพาจนแท้ๆ

เอ่อ คือ จากการที่อีตาจักรภพลากออกกับเลิกยื่นญัตติ ก็ทำให้ให้คุณท่านได้เปรียบแล้ว

ดันระเบิดตัวเองด้วยปากซะได้ ทีนี้เลยเสียเปรียบแทนเลย

ถ้านี่เป็นเกมส์บอกได้คำเดียวว่า ผู้จัดการทีมวางแผนพลาดที่เลือกตานี่มาเป็น นายกฯ - -"

เฮ้อ ประเทศไทย...