Teerayut 的个人资料Bebomb照片日志列表更多 工具 帮助

日志


8月30日

FreeBSD7.1 + Cacti/Spine บ้าพลังมากมาย

หลักใหญ่ใจความที่จะบอกคือ FreeBSD7 มันเมพขริงๆ

นิยาม
FreeBSD
 - เป็น Unix Cloned OS ตัวหนึ่ง มีความสามารถพิเศษคือถึกควาย แต่เดินตามเทคโนโลยีอย่างช้าๆ ด้วยปรัชญาการพัฒนาแบบ Cathedral 
Linux - เป็น Unix Cloned OS เช่นเดียวกัน มีความสามารถพิเศษคือตามเทคโนโลยีเร็ว โฉบเฉี่วไฉไล แต่ชอบสะดุดบั๊กตัวเองหกล้มเป็นประจำ แม้จะไม่เท่านายหน้าต่าง ด้วยปรัชญาการพัฒนาแบบ Bazaar
Cacti - เป็น Next Generation Graphing Tools ที่ถูกพัฒนาให้มี function ที่หลากหลายเหมาะสำหรับใช้งาน Network Monitoring ในหลายๆที่ 
           มีคนชอบเอา Cacti ไปเทียบกับ MRTG ทั้งๆที่ความจริงตัวของ Cacti เองเป็นแค่พ่อบ้าน (Front-End) ของ RRDTool ซึ่งเป็นพี่น้องกับ MRTG เพราะมาจากคนเขียนคนเดียว
Cactid/Spine  - เป็นโปรแกรมไปรับข้อมูลสถิติให้กับ cacti
RRDTool - ย่อมาจาก Round Robin Databases Tool พัฒนาโดย Tobias Oetiker มีลักษณะเด่นคือ มีระบบการจัดเก็บ/สร้างกราฟเป็นเลเยอร์ และจัดเก็บข้อมูลสถิติเป็นลักษณะของ database ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง  ข้อเสียคือ command line เพียวๆ เหมือนทัวร์นรก และเปลือง cpu มากกว่า MRTG เพราะต้องทำหลาย Process
MRTG - ย่อมาจาก Multi Router Traffic Grapher พัฒนาโดย Tobias Oetiker  เหมือนกัน มีลักษณะเด่นคือ เหมือน Steven Gerard คือทำแมร่งทุกอย่างอยู่ในโปรแกรมเดียว ทั้งเก็บข้อมูลสร้างกราฟ สร้าง html  เก็บไฟล์แบบทั่วไป ข้อมูลจำกัด  query ไม่ได้เหมือน database ไม่ยืดหยุ่น แต่เร็วมาก
Lighttpd - อ่านว่า "ไล้ท์ตี้" เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ประเภท จรวดทางเรียบ  ไม่มี function หวือหวา แต่เร็วมาก
Apache  - เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ดาวค้างฟ้า เก๋าเกมส์ มีท่ามากมายเพื่อรองรับตัณหาผู้ใช้งาน แต่คนอายุเยอะๆก็อย่างนี้แหละ ช้า อ้วน กินจุ

ท้าวความกันสักเล็กน้อย

คือเมื่อสองปีที่แล้วได้ทำความรู้จักกับ RRDTools + Cacti และได้นำมาลองใช้ที่ภาคฯ เล่นๆ มี plugin สวยงาม ท่านอาจารย์เห็นแววเลยอยากให้ไป implement ที่ IT จุฬาฯ ด้วยเพื่อความง่ายในการดูแลระบบ

ในการ implement ครั้งนั้นใช้ FreeBSD6.0 PreRelease + Apache + Cacti + Cactid + Plug-in อีก 5 ตัว  การสร้างระบบใช้เวลาไม่นาน แต่การไปไล่หาอุปกรณ์เพื่อเปิด SNMP ให้มันอ่านค่าได้นี่สิ นรก ใช้เวลาเกือบปี (สัปดาห์นึงนั่งดูครั้ง 2 ครั้ง) จำนวนอุปกรณ์ก็เสถียร - -"  สถิติการทำงานครั้งนั้นคือ host ประมาณ 250 ตัว  Datasource 2500 ใช้เวลาทำงานประมาณ 4 - 5 นาที (เกือบๆ) แต่อย่าลืมว่ามันทำงานอัติโนมัติทุก 5 นาที ดังนั้น 4 นาทีนี่ถือว่าชีวิตหนักมากเพราะกลัวว่าโปรแกรมจะทำงานพร้อมกันซึ่งไม่เป็นผลดีแม้แต่น้อย

 

เหตุการณ์บังคับ
วันเวลาผ่านไป จำนวน host ก็โตขึ้นเรื่อยๆ server ก็เสื่อมลงเรื่อยๆ ล่าสุดเริ่มคุมไม่ค่อยอยู่ มีโปรแกรมค้างมาก ใช้ Load เยอะ บางครั้ง ขึ้นเป็น 100 น่ากลัวมากมาย

สุดท้ายเลยตัดสินใจ ยกเครื่องทั้งระบบใหม่ ซึ่งความยากคือ 1. เครื่องอยู่ใน production state ใช้งานอยู่จริง ถ้าปิดหรือระบบไม่ทำงาน จะส่งผลกระทบต่อคนหมู่มาก 2. ไม่มีเครื่อง spare แปลว่าลงเครื่องใหม่แล้ว swap มาไม่ได้

แล้วทำไงดีหล่ะ งั้นก็ต้องลุยไปเลย งานนี้ลักษณะเหมือนทุบหม้อข้าว ตีเมืองจันทน์ เพราะว่า ในขั้นตอนการ migrate ทั้งหมด ไม่มีการ backup ระบบแม้แต่น้อย คือถ้าตายคือตายนั่นเอง - -"

เริ่มสร้าง FreeBSD ใหม่
การ migrate เริ่มที่การ download source ของ FreeBSD 7 รุ่นใหม่ที่สุดที่ stable ผ่านทางวิธีหลังไมค์ เราจะได้รุ่น stable ล่าสุดจริงๆมา (ในที่นี้คือ 7.1 Prerelease หน้าเว็บยังไม่มีเลย หุหุ)  ส่วนนี้ใช้เวลา 1 คืนเต็มๆ เพราะต้องไปดูดจากต่างด้าว

ต่อมาก็เริ่มกระบวนการที่เรียกว่า build/installworld ของ FreeBSD กระบวนการนี้คือการสร้างโปรแกรม ไลบรารี่ เคอร์เนลของ FreeBSD ใหม่ทั้งหมดกระบวนการนี้ต้องขึ้นอยู่กับความแรงของเครื่องด้วย ซึ่งในที่นี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
หลังจากนั้นก็นั่นพิจารณา config ว่าอันไหนใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.
พร้อมจะ reboot แล้ว แต่ก่อนจะทำต้อง confirm กับพี่ที่ IT ก่อน ด้วยเหตุว่า เครื่องนี้ reboot แล้วจะต้องไปกดที่ bios ก่อน 1 ที ข้าพเจ้าทำงาน remote หุหุ
จบจากตรงนี้แล้วเราก็จะได้ release ของ FreeBSD ตัวใหม่มาใช้งานที่เครื่องเรา หุหุ ก็นั่งจูนระบบไปเรื่อยๆ

ติดตั้งโปรแกรมที่ใช้
เนื่องจากเราใช้ OS ใหม่ แม้ว่าโปรแกรมที่ติดอยู่เดิมจะยังคงทำงานได้ แต่ควรจะ rebuild ใหม่ดีกว่าให้ใช้กับ library ปัจจุบันดีกว่า
โปรแกรมที่ใช้เปลี่ยนไปจากเดิมคือ webserver ตอนนี้ใช้ lighttpd แทนแล้ว เพราะ apache มันอ้วนเหลือเกิน เปลืองโหลดแล้วก็ไม่ได้ใช้ฟังก์ชั่นเยอะขนาดนั้น
ตัว cactid เปลี่ยนชื่อเป็น spine ก็ใช้ตัวนี้แหละ อ่อความจริงมันมีตัวที่เขียนโดยใช้ php อยู่ชีวิตง่ายมาก แต่ก็นะไม่เร็ว ยังไงของที่มันเป็น C ก็เร็วกว่าอยู่แล้น

 

ผลการ Upgrade

FreeBSD7 ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากในการทำงาน เพราะลด Load แต่ได้งานเร็วกว่าเดิมมากๆๆ ต้องขอบคุณระบบการทำงาน scheduler ใหม่ ULE ด้วยซึ่งทำให้การทำงานบนระบบ Multi-core มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม  นอกจากนี้ยัง support Network Interface Card Computation Offload คือการที่ตัว Network Interface สามารถทำการคำนวณค่าทาง Network บางอย่างแทน CPU ได้

ลองดูรูปหล่ะกันนะครับ

monitor
รูปนี้คือจำนวน device Node ทั้งหมดที่ probe ได้

มีประมาณ 322 ตัว และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระบบที่ทำให้นั้นติดตั้ง auto-discover ไว้ด้วย ถ้ามีการติด switch หรืออุปกรณ์เพิ่ม และเปิด snmp ตามที่บอกไว้ มันจะ add เข้าไปเอง โดยไม่ต้องทำอะไร  (สนับสนุน scalabilitty ด้วย อิอิ)
หลักการทำงานของ System Enginerr คือ คิดเยอะๆ จะได้ทำน้อยๆ ใช้ได้ดีหุหุ

nms_load
Load ของเครื่อง Monitor หลังจากที่แปลงร่างเป็น FreeBSD 7 แล้ว

โหลดที่เห็นคือเอา ทั้งปีมาให้ดู เทียบกับเดือนสิงหาที่เพิ่ง upgrade ไป จะเห็นว่ามันลดแบบเห็นๆ ทั้งๆที่อุปกรณ์มากกว่า ข้อมูลทีต้องใช้มากกว่า...

 weathermap
โชว์ Feature Weather Map

Network Weather Map คือการสร้างแผนที่แสดง Topology ของระบบเครือข่ายที่เราดูเลย เราจะเห็นได้ว่าใช้ขณะใดขณะหนึ่ง มี Traffic เป็นอย่างไร เครื่องไหน Down บ้าง โหลดเป็นเท่าไหร่ เป็นต้น

stat
สถิติของการทำ polling

3635 datasources 322 hosts ใช้เวลาทั้งสิ้น 9 วิ โดยประมาณ
ที่เยอะสุดๆคือ  7783  datasources ใช้เวลา 24 วิ  แต่ลดจำนวนไปเพราะ ไม่จำเป็นต่อการ Monitor
แต่ก่อนนี้ เกือบ 5 นาที เส้นยาแดงผ่านแปด - -"

บทสรุป

จะใช้ OS อะไรก็เรื่องของท่าน แต่ว่าต้องรู้จักสภาพของมันให้มากกว่าแค่ Spec รับรองได้ว่าคุณจะใช้งานมันได้ 100%
เพราะ OS ส่วนใหญ่ default มี performance แค่ 50-60% เท่านั้นแหละ รวมถึง application ด้วยนะ

8月10日

Gap_zilla ปรากฏการณ์น้ำผึ้งหยดเดียวถล่มพันทิพย์

ไปอ่านครั้งสุดท้ายตอนช่วงกลางๆเดือนเมษายน นึกว่าจบไปแล้ว มันมีต่อ 555+
พอมาอ่านวันนี้โพสต์กันจะครบ 1000 ซะแล้ว
 
แม้ว่ามันจะไม่ใช่กระทู้ hot แบบเรื่องของ ปั๊ม AF5 ในห้องเฉลิมไทย แต่ก็ถือเป็น กระทู้ที่ถูกโหวตเป็นกระทู้แนะนำที่น่าจะนานที่สุดที่เคยเห็นมาแล้วนะครับ (เกือบ 4 เดือน)
 
เรื่องมีอยู่ว่านาย Gap_zilla เป็น user หนึ่งในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งซึ่งเมื่อ search google ในเวลานี้จะได้ประมาณ 4400 กว่า link หุหุ
นายคนนี้ไปตบรูป(จำนวนมาก)ของเทพถ่ายภาพท่านหนึ่งมาโพสต์ในเว็บบอร์ดของเขาเอง แล้วก็ประกาศว่าเขาเป็นคนถ่าย
 
โดยมีจุดประสงค์จากการสรุปเนื้อหาใจความคือ... โชว์สาว
ทีเด็ดคือ รูปที่ตบไปคงสภาพเดิมทุกอย่าง ลายน้ำเจ้าของคนเดิมไม่มีครอบ แถมเอาสำนวนที่เจ้าของคนเดิมเขียนมาโพสต์อีกต่างหาก แต่เขียนว่า ถ่ายเอง
 
โชคไม่ดีนัก มีคนที่ไปเห็นรูปที่แอบอ้างแล้วก็ไปฟ้องเข้าของตัวจริงครับ
 
เหตุการณ์อย่างง่ายๆนะครับ
ช่วงเกือบๆ 100โพสต์แรก ทุกคนรุมประนามเรื่องการไป dup ของคนอื่นสิครับ เหอะๆ
และแล้ว Gap_zilla ก็มาโพสต์ในโพสต์ที่ 97  สรุปใจความง่ายๆ ว่า  มีคนเอา username ของเขาไปใช้สิครับ ลองไปอ่านข้อความเต็มดูนะครับ
 
แต่บอร์ดพันทิพย์โหดร้ายกว่า จับเข่าคุยของสรยุทธ + รายการของวูดดี้มากมายหลายเท่านัก ในเรื่องของการเจาะประเด็นและตั้งข้อสังเกต
ที่แน่ๆ รูปโพสต์ตั้งแต่เดือนกุมภาฯ มาโวยวาย ตอนเดือนเมษาฯ ว่ามีคนสวมรอย น่าสนใจมาก
 
ในที่สุดก็มี ผู้หญิงที่ตานี่บอกว่าสวมรอย log-in เขามาโพสต์สิครับ  งานนี้รู้กันถึงสันดานกันไปเลย
นอกจากนี้ยังมีโจทก์เพิ่มอีกหนึ่งคน ที่โดนเอารูปไปใช้อีกแล้ว - -"
 
ตอนนี้คนประนามกว่าเดิม กลายเป็นโทษผู้หญิงอีก น่ากลัวมากๆ คนนี้
 
และแล้ว ตานี่ก็โพสต์ขอโทษอย่างขอไปทีในที่สุดในโพสต์ที่ 224
 
"ผมขอโทษท่านเจ้าของภาพที่ได้นำภาพและข้อความเหล่า นั้นมาโพสโดยไม่ได้รับความยินยอม โดยที่ตัวผมเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจจะทำให้มีการเสื่อมเสียชื่อเสียงไปถึงตัวท่านเจ้าของภาพได้ แต่ที่ผมทำไปเช่นนั้น เนื่องมาจากว่าทั้งภาพและข้อความ มันงดงามและผมอยากให้คนอื่นทั่วไปได้รับชมก็เท่านั้นเองครับ"
 
เหอะๆ ตรงขีดเส้นนี่มันฮาจริงๆ ถ้าคุณเป็นเจ้าของภาพที่ลงทุนไปคลุกดิน ปีนต้นไม้เพื่อให้ได้ภาพดีๆเหล่านั้นมา จะรู้สึกยังไงดีครับ
.
.
.
แต่เหตุการณ์ยังไม่จบแค่นั้นคุณเว็บมาสเตอร์ของบอร์ดมาโพสต์ต่อ
โพสต์ธรรมดาก็คงไม่เป็นไร
 
แต่ไปๆมาๆ ทำไมแปลงร่างกลายเป็นผู้หญิงแล้วมาด่าผู้หญิงได้ก็ไม่รู้  คำด่าไม่สามารถเอามาโพสต์กันในนี้ได้ สถุลมาก
แต่คนในบอร์ดพันทิพย์เก่งมาก เรื่องแค่นี้จับกันง่ายๆ โดยดูที่โพสต์ 476  (ครึ่งนึงและ - -")
 
เมื่อความแตก ท่านเว็บมาสเตอร์ก็มาแถต่อในโพสต์ที่  486 เหอะๆๆๆ
 
การประนามต่อมาเลยโดนทั้ง ท่าน Gap_zilla และ webmaster เลย    คนนึงก็ก็อบแล้วไม่ยอมรับโยนขี้ให้ผู้หญิง  อีกคนก็สวมกระโปรงมาด่าผู้หญิงอีก เฮ้อ
ล่าสุดนี้ กระทู้ถึง 900 กว่าๆ แล้วพี่น้อง - -"
 
 
ด้วยสภาพแวดล้อมหลายๆ อย่างในสังคมไทย มันเอื้ออำนวยต่อการที่จะบอกว่า สิ่งที่เขาทำนี่มัน "ไม่ผิด" นี่นา
- ตอนเรียนเรากลัวไม่ได้คะแนนมากกว่ากลัวไม่รู้ ทำไม่ได้ก็ลอกเพื่อน โดยไม่ได้ถามแม้กระทั่ง how-to
- การละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ เพลง โปรแกรม สิ่งประดิษฐ์ โน่นนี่ โดยมีวัตถุประสงค์การลอกเพื่อเงิน ไม่ใช่ความรู้
- การขายของหรืออะไรแบบไทยๆ อะไรที่ทำแล้วได้เงินดีๆ ก็จะไปลอกๆกันทำ  เช่นถ้าไปโบ๊เบ๊ ไม่ต้องเดินให้ครบเพราะผ้าก็มาจากที่เดียวกันหมด จะเดินให้ครบทั้งตึกทำไม ??
 
โชคดีครับ ที่พอเทคโนโลยีมันดีขึ้น คนถือกล้องมากขึ้นๆ  หลายคนที่ถ่ายรูปด้วยตัวเองๆเริ่มทื่จะเข้าใจว่า เบื้องหลังที่จะทำให้ได้งานเหล่านั้น มันเต็มไปด้วยความยากลำบากครับ อย่างรูปบางรูปอาจจะต้องรอเวลาเป็นชั่วโมง ถึงจะได้รูปที่เรียกว่าสวยงาม   สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนที่ทำอาชีพสร้างสรรค์งานศิลป์เริ่มทำมาหากินได้ในสังคมนี้ครับ  ผมสังเกตได้จากที่เดี๋ยวนี้มีคนไปดูอะไรเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมมากขึ้น  พวกเราก้าวหน้าขึ้นครับ
 
การไม่ยอมรับในการแอบอ้างผลงานคนอื่น ถือว่าเป็นก้าวเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนานะครับ ผมยังเชื่ออยู่เล็กๆว่า มันจะขยายวงไปยังสายอื่นต่อไป เช่นใน คอมพิวเตอร์ ดนตรี อาหาร หรืออะไรอย่างอื่น
เมื่อเราพยายามสร้างสรรค์ผลงานด้วยมือเราเอง คนอื่นให้การยอมรับ ก็จะได้ผลงานใหม่ เมื่อมีการวิจารณ์ก็จะเกิดการพัฒนาของงาน มันเป็นวัฏจักรในการเกิดของผลงานครับ
 
คนไทยเราทำได้ครับ เพียงแต่เราต้องหายใจด้วยจมูกเราเองครับ อย่าไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ...
 
 
อ้างอิง
1. รูป Donot Gapzilla ของคุณ  9george@pantip.com
8月3日

...

 
 
 
 
 
 
หมดมุขเขียนประจำสัปดาห์นี้ สวัสดี ...