Teerayut 的个人资料Bebomb照片日志列表更多 工具 帮助

日志


7月24日

เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้...

http://www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q8072966/Q8072966.html

เริ่มมาทีละอย่างแล้ว
ของที่มาทีหลังนี่แหละน่ากลัวกว่า ได้รับสัญญาณว่ากำลังจะมา...

สงสารบัณฑิต ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ดันต้องมารับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
จากอารมณ์และอีโก้ของบางคน...

โปรดจำไว้ว่าการเอาเรื่องส่วนตัวมาสร้างการเมืองขึ้นมา นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้วยังฉุดตัวเองและเพื่อนพ้องลงเหวไปทีละนิดด้วย

จะไม่ซ้ำเติม และจะไม่ประจานอะไร เพราะสิ่งที่กำลังจะเจอจะหนักกว่าการโดนประจานอีกเยอะมาก...

5月9日

...

มี Message จากข่าวกรองเกี่ยวกับชุดครุยฯปีนี้ที่เปลี่ยนร้านไปไม่ใช้ร้านเดิมโดยที่ไม่มีการ Survey ร้านหรือสถานที่ใดๆ - -!
อ่านดูกันเอาเองหล่ะกันครับ

ก็ตามที่คาดไว้ ชุดครุยขนาด s m l
บางตัวยาวเกิน บางตัวสั้นเกิน
ร้านแก้ปัญหาโดยการเอาชุดของคนอื่นมาให้
สีเสื้อกับกางเกงราชปะแตนไม่ตรงกัน
ขนาดสีขาวนะ

บัณฑิตไปตัดที่ร้านทีหลังคิด 800
ร้านที่ท่าพระจันทร์บอกว่าที่ไปรับตัดจุฬาฯ เป็นคนละร้านกัน อันนั้นขนาด s m l
ส่วนร้านที่ท่าพระจันทร์วัดตัวตัด
ทั้งที่ชื่อร้าน xxxx เหมือนกัน
... มีอีกเยอะว่ะ ถามเองมันส์กว่า
บอกเจ๊ไปแล้ว หาคนไปโพสในเว็บ qa จุฬาฯ เยอะ ๆ
เอาให้ตายไปข้าง


...บัณฑิตจบใหม่ร้อนแรง เป็นตัวของตัวเองผิดตรงไหน
แต่คงผิดเพราะไม่คิดให้รอบคอบ ไม่ทำอะไรตามพื้นฐานและระเบียบวิธีที่ได้เรียนมา
ผิดเพราะไม่ศึกษาและรับฟังความเห็นของคนอื่น

ประเทศอยากได้ประชาธิปไตยชิบหาย แต่ดันผลิตคนที่ไม่สามารถฟังความเห็นคนอื่นได้ โดยเฉพาะความเห็นต่างฟังแล้วมันร้อนยิ่งกว่าโดนข้าวสารเสกซะอีก
แล้วเมื่อไหร่มันจะสมบูรณ์...
4月5日

ระวัง Hi5 หมิ่น...

มีคนโพสต์ลิงค์ Hi5 หมิ่น... อยู่
จากการไป survey คร่าวๆ ในหน้่า Hi5 นั่นก็มีคนเข้ามาสรรเสริญอย่างที่ควรจะเป็นแหละครับ

มีอยู่ประเด็นนึงอยากให้หลายๆคนระวัง คือในส่วนที่เป็นรูปภาพถ้าสังเกตคนในรูปไม่ใช่คนเดียวกันทุกภาพเลย
แล้วก็มีคนเข้าไปเขียนด่า โน่นนี่ๆ ประมาณว่าจะจำหน้าไว้ braๆๆ

ระวังความโมโหจะทำให้มีคนรับกรรมทั้งๆ ที่เขาไม่รู้เรื่องนะครับ ฝากไว้สักหน่้อย

สงสารท่าน... ที่ต้องมาแก้ปัญหา ที่ท่านไม่เคยได้ก่อเลย...
ถ้าระบอบประชาธิปไตยคือ ระบอบที่คนมีสิทธิและหน้าที่
สงสัยว่าประเทศนี้คงใช้ระบอบประชาเอาแต่ใจ(ล์) อยู่ คนมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ แต่หน้าที่โยนให้คนอื่นไป

ความจริงการใช้ระบอบการปกครองกับการใช้กล้อง มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมาก
D3 ที่ว่าแน่ก็กลายเป็นสากกระเบือ ถ้าอยู่กับพวกบ้านรวยที่ไม่ได้จริงจังอะไร นึกแค่ว่ากล้องใหญ่ๆดูเท่ห์ได้รูปสวย  ฟังก์ชั่นมี 100 ใช้เป็นแค่กดชัตเตอร์ แถมด่ากลับด้วยว่าใช้แฟลชไม่ได้...

ระบอบการ ปกครองก็ไม่ต่างกัน ทำใจให้เป็นกลาง ศึกษาให้เข้าใจ ประชาธิปไตย มีข้อดีข้อเสีย คอมมิวนิสต์มีข้อดีข้อเสีย  สมบูรณาญาสิทธิราชมีข้อดีข้อเสีย    นำข้อดีข้อเสียเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับสังคมที่อยู่ แล้วหาคำตอบให้ได้ว่า ระบอบนั้นเหมาะกับเราจริงหรือไม่  อย่าลืมว่าจุดประสงค์ที่สำคัญของการมีระบอบการปกครองคือรากฐานของกฏระเบียบ เพื่อให้สังคมอยู่กันอย่างมีความสุข 

วิกฤตที่จะเกิดขึ้นอีก 2-3 สัปดาห์หวังว่าคนจะใช้สติมากขึ้นนะครับ มันอาจจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนใจหวั่นพอสมควรทีเีดียว หวังว่าประเทศจะหายป่วยกลับมาเหมือนเดิมโดยเร็ว

บ่นแค่นี้แหละ ไม่รับ comment นะครับ เดี๋ยวบานปลาย จะหาว่าเจ้าของเลือกข้างอีก น่ารำคาญพวกบัดซบพวกนี้จริงๆ  - _ -!

(ที่บอกให้ระวังคือ ระวังจะเข้าใจผิดคิดว่ากลุ่มคนในรูปคือเจ้อของบ้าน)
1月4日

สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน

ตามนั้น ขอให้สุขี อิอิ
11月28日

มหากาพย์แห่งความเคียดแค้น - วีระ ธีรภัร

"ว่ากันว่า ความแค้นของพราหมณ์ ความโลภของพ่อค้า ความหยิ่งในศักดิ์ศรีของนักรบ คือจุดจบของยุคแห่งความรุ่งเรืองยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์"
 
เป็นบทสรุปของอาจารย์วีระ ธีรภัทร จากกรุงเทพธุรกิจ ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย. ในชื่อหัวข้อว่า "มหากาพย์แห่งความเคียดแค้น" ลองคัดในบทที่เกี่ยวกับมหาภารตะนะที่อาจารย์สรุปมาให้ฟัง
 
"เรื่อง ของเรื่องคงเป็นเพราะสิ่งที่ปรากฏในมหากาพย์มหาภารตะตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ เป็นเรื่องราวของความขัดแย้งที่ไม่สามารถประนีประนอมยอมความกันได้ ต้องตัดสินด้วยการทำสงครามห้ำหั่นแบบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างคนในครอบครัว เดียวกัน

จะเรียกว่ามหากาพย์แห่งความเคียดแค้นก็ไม่ผิด

แต่ด้วยเหตุที่คู่ขัดแย้งหลักคือพวกพี่ น้องเการพและพวกพี่น้องปาณฑพ ต่างก็มีมิตรสหายเป็นพระราชาแว่นแคว้นต่างๆ เป็นจำนวนมาก  ก็เลยกลายเป็นพันธมิตรถือหางเลือกข้างสมทบเข้าร่วมรบด้วย ทำให้สงครามที่เกิดขึ้นมิใช่เพียงคู่ขัดแย้งหลักคือฝ่ายเการพและฝ่ายปาณ ฑพเท่านั้น แต่ยังขยายวงไปถึงวงศาคณาญาติของอีกสองฝ่ายเป็นจำนวนมาก
ว่ากันว่าพระราชาในแคว้นสำคัญในดินแดนทางตอนเหนือของประเทศอินเดียในปัจจุบันต่างเลือกข้างเข้ารบกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเกือบหมด

เมื่อ สงครามบนทุ่งกุรุเกษตรที่ใช้เวลาต่อสู้กันอย่างยาวนานถึง 18 วันเต็มยุติลง ปรากฏว่าบรรดากองทัพของสองฝ่ายที่เข้าห้ำหั่นกัน 18 อักเษาหิณี ล้มตายกันเกือบหมด 
ขนาดว่าน้ำในแม่น้ำยมุนาและแม่น้ำ คงคาที่อยู่ใกล้เคียงกับสมรภูมิรบทุ่งกุรุเกษตรเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะเลือด นักรบอีกเป็นเวลาหลายเดือนจำนวนอันมากมายของทหารที่ล้มตาย ไม่สามารถหาฟืนมาก่อเพื่อเผาศพได้หมดสิ้น ต้องใช้วิธีกลบฝังและปล่อยให้เป็นอาหารของนกแร้งทำให้เกิดกลิ่นเน่าเหม็นตลบ อบอวลอีกหลายเดือนหลังสงครามจบลง

แม้ว่าชัยชนะจะเป็นของพวกปาณฑพ แต่ญาติสนิทมิตรสหายของพวกปาณฑพก็ไม่เหลือ รวมทั้งลูกหลานของพวกพี่น้องปาณฑพก็ตายหมดสิ้นไปในสงครามครั้งนี้ด้วย
ทางด้านฝ่ายเการพซึ่งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ นั้นตายหมดทุกคนยกเว้นเพียงแค่ 3 คนที่รอดไปได้แต่คนหนึ่งก็ถูกสาปให้ต้องรับกรรมด้วยการระเหเร่ร่อนตลอดกาล แม้จะมีชีวิตเป็นอมตะแต่ก็ไม่มีใครพูดด้วยสักคน

งานนี้เรียกว่าเป็นมหากาพย์บันทึกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองของชนชั้นวรรณะนักรบในสมัยอินเดียโบราณครั้งสำคัญที่สุด
ว่ากันว่าเหตุเป็นเพราะชนชั้นผู้ปกครองเหิมเกริมในอำนาจไม่ปกครองบ้านเมืองตามคติราชธรรมในศาสนาพราหมณ์

เรื่องมหากาพย์มหาภารตะที่ว่าเมื่อผม ศึกษาค้นคว้าลึกซึ้งขึ้นไปตามลำดับก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า ท่านผู้ใหญ่ในสมัยก่อนคงจะเห็นปมปัญหาของความขัดแย้งที่ซ่อนเร้นอยู่ไม่อยาก เอาเยี่ยงอย่าง "

ถึงตรงนี้สำหรับประเทศไทย มันจะเป็นจุดจบจริงหรือเปล่า ความจริงแล้ว นอกเหนือจากที่อ.วีระได้สรุปมา คุณนิติภูมิ นวรัตน์ เคยเขียนเรื่องจุดจบประเทศไทย 2553 โดยมีเนื้อหาที่อ่านไปอ่านมาก็จะได้แก่นคล้ายๆกันคือประเทศไทยไม่เคยถูกทำลายด้วยคนอื่น แต่พังเพราะคนประเทศตัวเอง...

ทั้งสามสิ่งที่ว่ามา ความแค้น ความโลภ ความหยิ่ง มันคือส่วนหนึ่งของกิเลสทั้งสิ้น

 

สุดท้าย ฝากผู้ที่มีใจรักในประชาธิปไตยทั้งหลาย ประชาธิปไตยมันมีอยู่หลายเรื่อง  รากของประชาธิปไตยในความคิดผมคือการที่คนรู้จักที่จะกระทำและรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นๆ ที่ว่าเป็นรากเป็นถ้าทุกคนมีสิ่งที่ว่านี้ ทุกคนจะทำในสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ ในความหมายเชิงสังคม ไม่ใช่กฎหมาย  
การรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นโดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามแล้วใช้สมองมากๆ คิดพิจารณามากกว่าที่จะปักธงแล้วแถด้วยอารมณ์งี่เง่าๆ
การเลือกตั้งว่ากันตรงๆ เปรียบเหมือน topping ของไอติม ที่ให้คนมาดูเห็นว่า มันคือไอติมที่น่ารับประทานเท่านั้นเอง

เชื่อเถอะครับ หนึ่งคนดี สังคมดี ประเทศจะดีตาม  อย่าถือคติวัวหายล้อมคอกในตอนนี้นะครับ เพราะถ้ามันหายตอนนี้แล้วมันจะหายไป ตลอดกาล...    ขอให้มีความสุขกับชีวิตครับ

11月12日

อะไรคือ Happiness is

มีคนถามมาเยอะเหลือเกิน สำหรับ blog ครั้งก่อน  "Happiness is" ว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอบง่ายๆคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรน่าสนใจ ในมุมมองของคนอื่น  แต่พอดีว่าเกิดกับตัวเองเลยเป็นพิเศษ
 
พิเศษตรงที่ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำสิ่งนั้นโดยที่ใจตัวเองเป็นคนสั่งให้ทำ เพราะกลัว กลัวอะไรก็ไม่รู้...
 
พอมันผ่านจุดนั้นมาได้ มันมีความสุข มันเหมือนกับปลดล็อคตัวเอง ก็เท่านั้นเองหล่ะครับ คุยอะไรก็สบายไม่คิดมาก เหมือนแต่ก่อน
 
จบแล้ว ความสุขที่แสนจะน้อยนิดแต่มหาศาล
 
ใครอาจสืบก็ตามสืบไปนะครับ... ไม่บอก ไปตามล่าใน space กับ mul เอง... แต่คนที่จะหาได้นี่ถ้าไม่รู้จักกันมานานไม่เจอหรอก...
 
 
11月6日

คัดหลีดจุฬาฯ 65

ยินดีต้อนรับผู้มากจาก Google เป็นพิเศษ (ขอดักอิอิ)

ขอไม่บรรยายนะว่าใครเป็นใคร ข่าวมีเยอะแยะไปอ่านเอาเอง  หุหุ
เล่าคร่าวๆ คือ วันเสาร์ที่ผ่านมาไปงานคัดหลีดจุฬาฯมา ก็ที่เคยเป็นมายังไงก็เป็นไปอย่างนั้นแหละครับ  ใครได้ก็ดูเลย  ขอแสดงความยินดีด้วย
ก็รอรับการฝึกหนักจากรุ่นพี่ต่อไป...

ใครอาจดูภาพเพื่อก็เชิญไปดูที่ http://bombanizer.multiply.com/photos/album/77/77 (เลขสวยจริงๆ)
ปล. bombanizer, โบมุ โบมุ และ bomberness เป็นชื่อบนเว็บของคนๆ เดียวกัน อย่าเอา พรบ. ลิขสิทธิ์ มาให้ผมดูอีก...






รูปไม่ครบ - -" ขออภัย เอารูปหมู่ มาสู้กันหล่ะกันนะ

อันนี้มาจากท่าพระจันทร์

11月2日

Happyness is

คนหนึ่งคนบางครั้งก็มีสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้อย่างมั่นใจ และก็มีสิ่งที่ตัวเองกลัวที่จะทำลงไป
 
กลัวอะไร กลัวสิ่งที่ทำไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง กลัวผิดหวัง กลัว braๆๆๆ
กลัวจนไม่กล้าที่จะเดินต่อไป...
กลัวทั้งๆที่ ไม่มีเหตุผล แต่ใจเรามันกลัว
 
แต่ดันไม่เคยคิดเลยว่า ถ้าไม่เดินต่อไปแล้ว มันก็หยุดอยู่กับที่
ความกลัวกับการหยุดเดินต่อ มันไม่เคยเกี่ยวข้องกัน แต่มันกับมาด้วยกันตลอดเวลา
 
การทำลายกำแพงนั้นเพื่อที่จะเดินต่อไป คือสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับคนๆ หนึ่ง
ผลจากการทำลายกำแพงนั้น เชื่อเถอะครับ ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหริอไม่ดี ความสุขเกิด
เกิดเพราะเราได้ปลดปล่อยอะไรออกไปหลายๆอย่าง  ยิ่งถ้าผลลัพธ์มันดีมันยิ่งทำให้เรามีความสุขมากกว่าปกติเสียอีก
 
วันเสาร์ที่ผ่านมา ขอบคุณฟ้า ที่ทำให้ผมต้องเดินทางกลับไปที่จุฬาฯ อีกครั้งในตอนค่ำ และทำให้ผมได้รู้ว่า ความสุขมันยังมีอยู่จริง
ขอบคุณมากๆ ครับ ^ _ ^
 
 
10月21日

ชิ NetAuth มาทำไม

NetAuth คืออะไรก็ไม่รู้ที่ หลายๆ ท่านใน CU ได้เผชิญหน้ามันอยู่ตอนนี้
มันคือนายตรวจผู้สูงวัย ที่ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ แม้บางครั้งจะหลงๆลืมๆ คนที่โชว์บัตรผ่านแล้วไปบ้างก็ตาม

หลาย คนกลัวว่า การมาของนายตรวจคนนี้จะทำให้ชีวิตการเล่นอินเทอร์เน็ตเสรีของท่านสิ้นสุดลง เพราะเหตุว่า ไม่สามารถโหลด MP3 ได้ ไม่สามารถโหลด bit ได้ ไม่สามารถไปเขียนกระทู้ด่าชาวบ้านในพันทิพย์ได้ เพราะมันจะตามกลับมาหาท่านได้หมด (ความจริงไม่ต้องมีการล่าได้หุหุ)

มอง ในทางกลับกัน มันก็เป็นยันต์กันผีให้คนดีๆว่า นายคนดีหนึ่งไม่เคยเข้าไปโพสต์กระทู้โน่นนี่จริงๆ นายคนดีสองไม่เคยส่งคลิปจริงๆ  ด้วยเหตุผลเดียวกับย่อหน้าข้า้งบน

ใครๆ อาจจะมองว่าทำไมต้องมาริดรอนสิทธิ เสรีภาพ ประชาชน ทำไมไม่ดูอย่างอารยะประเทศเขาทำกัน
ตอบง่ายๆ ว่า สหรัฐอเมริกามีบทบัญญัติชื่อ Sarbanes-Oxley Act ซึ่ง มีใจความสำคัญอย่างหนึ่งคือ ต้องเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าออกภายในองค์กร เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 7 ปี ในสื่อบันทึกที่ไม่สามารถแก้ไขได้

อ่านแล้วรู้สึกริดรอนสิทธิน้อยกว่าพี่ไทยเราไหมครับ.. อ่อพอดีเป็นพี่กันผู้มีอารยะ เลยไม่มีใครคนไหนบ่นว่าริดรอนสิทธิ เหอะๆๆ

ความ จริงกฏหมายพวกนี้ไม่ใช่ไม่มีที่มานะครับ อย่าง SOX นี่ก็เกิดเพราะ การล่มสลายของบริษัทใหญ่ของอเมริกา ได้แก่ Enron, WorldCom, and Tyco โดยมีสาเหตุจากคนในแอบส่งข้อมูลทางการเงินไปให้คนนอก  การที่ข้อมูลทางการเงิน และแผนการใช้เงินของบริษัทรั่วไหลออกไป ทำให้คนอื่นสามารถกะแผนการดำเนินงานของบริษัทเหล่านี้ และไปวางยาให้บริษัทเหล่านี้ขาดทุนมหาศาลจนล้มได้

นอกเหนือจาก SOX แล้วยังมีกฎหมายอื่นๆ ที่ทำลักษณะคล้ายๆ กัน เช่น HIPPA เป็นต้น
และ แน่นอนประเทศอื่นๆ ก็ได้นำเอา SOX และกฎหมายพวกนี้ไป Implement ให้สอดคล้องกับประเทศของตัวเองด้วย อย่างญี่ปุ่นก็จะมี J-SOX  หรือพี่ไทยเราก็เอาส่วนหนึ่งมายำๆๆกันกลายเป็น ICT Laws ขึ้นมานั่นเอง

เพียงแต่กฎหมายนี้มันเหมือนกับกรรมการมวยปล้ำมากไปหน่อยเท่านั้นเอง...

เล่าที่มาให้ฟังเล็กน้อย อยากให้คนเข้าใจที่มาของมันก่อน แล้วค่อยวิจารณ์ต่อ

แต่ที่เจ็บแสบบบบประจำวันนี้คือ

ตรูไม่ใช่คนเขียนระบบนี้โว้ยยย อย่ามาง้องแง้ง

แสดดดดดดดดดดดดดดดดดด
10月10日

หยุดสักนิด...

คุณยังอ่านเว็บผู้จัดการ ไม่อ่านห้องราชดำเนิน หรือไม่
คุณยังเปิดดู NBT โดยไม่ดู ASTV หรือไม่
คุณดูแนวหน้าโดยไม่เลือกดู ไทยรัฐหรือไม่

คุณยังเป็นพวกรับไม่ได้กับความเห็นที่ตรงกันข้ามหรือไม่ ถึงแม้ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม...

ผมก็เป็นคนที่เคยเลือกข้าง ถ้าถามว่าเลือกข้างไหน ก็ตอบง่ายๆว่า
- เลือกข้างที่ทำให้ตัวเองสบาย
- เลือกข้างที่ตัวเองรู้สึกว่ามันใช่ (ไม่ใช่ถูก)
- เลือกข้างเพราะตรูเกลียดอีกข้าง โดยไม่รู้ว่าทำไมถึงเกลียด

ผมยังจำตอนที่ผมเป็นผอ.ค่ายของชมรมเล็กๆ ในจุฬาฯ ได้ ตอนทำค่ายครั้งนั้นมีเรื่องที่เราทำดีก็เยอะ ทำผิดพลาดก็เยอะ

แน่นอนครับว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีใครยอมรับข้อผิดพลาดต่างๆ ง่ายๆ หรอก ผมก็คนหนึ่งหล่ะ
ในวงเหล้าครั้งนั้น ผมโดนด่ามากจนอารมณ์ขึ้นเหมือนกันแน่นอนว่าต้องเถียงกลับอย่างไม่ฟังอะไรทั้งนั้นอยู่แล้ว

จำได้ว่าครั้งนั้นก่อนที่อะไรจะแรงไปมากว่านี้ "พี่ป้อม" ตะโกนออกมาว่า บอม หยุด!? แล้วฟังก่อน ฟังจบแล้วหยุด แล้วค่อยพูด
ไม่น่าเชื่อนะครับ พอเรามีช่วงเวลาที่หยุดในการกระทำอะไรก็ตาม เรามีเวลาฟัง เรามีเวลาคิด

ครั้งนั้นผมยอมรับด้วยความจริงใจว่าผมทำพลาด...
ต้องขอบคุณพี่ป้อมด้วยกับการหยุดผมในช่วงเวลานั้นได้อย่างถูกที่ถูกเวลา...

.
.
.

จากเรื่องเก่าๆ ไม่ยังเว็บเล็กๆ เว็บหนึ่งในอินเทอร์เน็ต เว็บคนสร้างภาพไฟแรง

PixPros

ผมเขาไปดูเว็บนี้ในช่วงที่เริ่มลองถ่ายรูปอย่างจริงๆจังๆ ตามชาวบ้านชาวช่องใน Multiply ที่มี Link ไปที่นี่กันเป็นแฟชั่น
ผมงงมากกับหน้ากระทู้วิเคราะห์ภาพ ที่อัดกันกระจาย งงกับ Pixpro Fantasy ที่เห็น comment ของพี่ RBJ และอีกหลายท่านแล้วเหมือนกับจะกินเลือดกินเนื้อคนถ่ายรูป
ผมยอมรับว่าไม่กล้าเล่น เพราะกลัวโดนด่า... ผมพึ่งสมัครเป็นสมาชิกและโพสต์ภาพครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาฯ ที่ผ่านมา

เพื่อโดนด่าว่ารูปที่ถ่ายมาห่วย ???

แต่ความจริงก็โดนด่ามาบ่อยแล้วจากท่านเพชร จะโดนมากกว่านี้คนไม่เสียหายอะไรนี่หว่า ลุยๆๆ
ความรู้สึกที่โดนวิจารณ์แรกๆ ก็จะรู้สึกร้อนๆ นิ่งๆ ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นครับ เหมือนวัดใจเลย ถ้าทนไม่ได้ก็ไม่เล่นที่อื่นซะ

แต่ท่ามกลางความเจ็บๆนั่น ลองหยุด อ่าน คิด แบบที่พี่ป้อมเคยพูดไว้  สิ่งที่ได้คือสิ่งที่เราขาดไป สิ่งที่เราควรที่จะมีเพิ่มเติมจากที่มีดีอยู่แล้ว เป็นการเปลี่ยนการมองซะใหม่ในมุมกลับที่น่าสนใจทีเดียวครับ

.
.
.

ประเทศชาติตอนนี้มีปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งคือหลายๆคน ไม่ยอมรับคำวิจารณ์ หรือแนวความคิดของคนอื่น หรือพวกอื่น
ยกตัวอย่างง่ายๆ คือเรื่องรถไฟฟ้าใต้ดินที่ทำตั้งแต่รัฐบาลของพรรคประชาธิปัติแล้วมาจบที่พรรคไทยรักไทย

บ้างก็ว่าไทยรักไทยทำให้รถไฟฟ้าเสร็จ อีกฝ่ายก็ว่ามันทำมาจนใกล้จะเสร็จแล้วตั้งแต่ประชาธิปัติ
เถียงไปเถียงมา ทั้งๆที่ประโยชน์คือแค่ประเทศได้รถไฟฟ้าใช้  และรัฐเป็นผู้จัดการ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วนิครับ...

ย้อนมาตอนนี้ ระหว่าง พปช. กับ พันธมิตร มีบทความที่ไปสัมภาษณ์คุณศรัญยู วงศกระจ่าง และชัดเจนว่า ทำไมถึงเข้าร่วมพันธมิตร
เขาเชื่อว่ารัฐบาลทุจริต โกง

หยุด... แล้วก็คิดซักหน่อย ปัญหาทั้งหมดจะจบกันอย่างง่ายๆ

ถ้า พปช หรือ ทรท. สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าตัวเองไม่ได้โกง ทุกอย่างจบ...  ถ้าพธม.จะง้องแง้งอีกก็เป็นเรื่องของเขา แต่ความน่าเชื่อถือก็จะลดลงไปเอง

ถ้าพันธมิตรรับคำวิจารณ์จากคนอื่นบ้าง การเคลื่อนไหวในภาคประชาชนทำได้หลายแบบ มันยังมีการเคลื่อนไหวที่ส่งผลกระทบต่อคนอื่นน้อยแต่มีประสิทธิภาพอยู่ อีกหลายวิธี

.
.
.

อยากเล่าถึงเหตุการณ์ ที่ผ่านมาที่มีคนแขนขาดขาขาด...  ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่สูญเสียทุกท่าน

ผมขอประนามคนที่เยาะเย้ยถากถากผู้บาดเจ็บทุกคน เพียงเพื่อให้ได้มาเพื่อความสะใจของตัวเอง อย่างในเว็บราชดำเนิน หรือ ผู้จัดการ
  - เพราะคนที่บาดเจ็บ คือคนไทยด้วยกันเองทั้งนั้น  ที่แตกต่างกันทางแนวความคิด หรือความเชื่อ ที่อีกฝ่ายไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายเชื่อได้เท่านั้นเอง
ผมอยากให้ทุกคนดูสมเด็จพระนางเจ้าฯ เป็นแบบอย่าง ท่านทรงเสียสละเงินให้ทุกโรงพยาบาลที่ดูแลคนเจ็บ ให้รักษาทุกคนไม่ว่าจะอยู่ข้างไหนก็ตาม

อย่าให้การแบ่งฝ่าย แบ่งพรรคแบ่งพวก มาทำลายจรรณยาบรรณ หรือ จิตวิญญาณของตัวเอง และขอให้รับฟังความคิดเห็นแม้ว่าจะมาจากฝ่ายตรงข้ามของตัวเองด้วย

 

สุดท้าย อยากให้ดูที่หน้าหว้ากอ  http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7071132/X7071132.html
เขาคุยกันว่า ระเบิดแก็ซน้ำตา ทำให้ขาขาดได้จริงหรือไม่

กระทู้นี้ขอแนะนำนะครับ เพราะเท่าที่อ่านมาดีมากครับ รู้สึกเป็นกลางที่สุดสำหรับสถานการณ์ตอนนี้
จุดนึงที่น่าสนใจคือเรื่องของลุงที่ขาขาด ที่มีคนพยายามบอกว่า คนนี้ขาด้วยอยู่แล้ว แต่มีภาพที่ชัดเจนว่า ลุงเขาขาไม่ด้วนและขาขาดจริงๆ
ถึงตรงนี้แล้ว คนที่เคยพาดพิงไว้ ก็ออกมายอมรับและขอโทษคุณลุงคนนั้น...

นี่แหละครับ สังคมไทยที่แท้จริงซึ่งคุยกันด้วยเหตุผลได้เสมอ

9月14日

ทศพิธราชธรรม ???

ข่าวจากเว็บไซต์ผู้จัดการเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551
"       เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา ประท้วง ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง ส.ส.พปช. ที่ระบุว่านายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่มีทศพิธราชธรรม โดยระบุว่า การใช้คำว่า "ทศพิธราชธรรม" ซึ่งเป็นคำราชาศัพท์ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นคำที่ใช้เฉพาะกับกษัตริย์เท่านั้น หากใช้คำนี้จะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
        ขณะที่ ร.ท.กุเทพ ยืนยันว่า ไม่ใช่การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากคำๆ นี้ ใช้กับนักปกครอง และใช้ได้ทั่วไปกับผู้ปกครอง เป็นคำโบราณมีมานานตั้งแต่เมื่อครั้งพุทธกาล และการกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงอย่างมาก
        อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.ปรียนันทนา ยืนยันว่า เป็นคำราชศัพท์ และไม่สมควรอย่างยิ่ง ต่อมา ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ยืนยันว่าไม่ใช่คำราชาศัพท์
        ทั้งนี้ จากคำพูดดังกล่าวทำให้สภาเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย โดยมีการผลัดเปลี่ยนกันประท้วงกันไปมาอยู่หลายคน ทำให้การอภิปรายหยุดชะงักไปกว่า 20 นาที"
 
 
คือ ตอนนี้นั่งดูอยุ่ตอนที่ไอ้พวกงี่เง่านี่มันพูดตรงนี้พอดี ความรู้สึกแรกหลังจากที่ท่านกุเทพ บอกว่า  "นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่มีทศพิธราชธรรม" คือ ตานี่เนี่ยนะมี - -"
ไม่ทันจะคิดจบ ก็เจอประท้วง แทนทีจะประท้วงตามที่คิดไว้ ดันกลายเป็น อย่างที่เห็น - -"
 
งานเข้าสิครับพี่น้อง ไอ้เราก็อยากรู้อยากเห็นด้วยสิ ก็เลยไปค้นหาข้อมูล ตามกุ๊กกู๋ กันดีกว่า
 
จาก wikipedia
 ทศพิธราชธรรม หรือ ทศพิธราชธรรม 10 คือจริยวัตร 10 ประการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรม ประจำพระองค์ หรือเป็นคุณธรรมประจำตนของผู้ปกครองบ้านเมือง ให้มีความเป็นไปโดยธรรมและยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชนจนเกิดความชื่นชม ยินดี ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้จำเพาะเจาะจงสำหรับพระเจ้าแผ่นดินหรือผู้ปกครองแผ่น ดินเท่านั้น บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในทุกองค์กรก็พึงใช้หลักธรรมเหล่านี้
 
ทศพิธราชธรรม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ราชธรรม 10" นี้ ปรากฏอยู่ในพระสูตร ขุททกนิกาย ชาดก ปรากฏพระคาถา ดังนี้
ทานํ สีลํ ปริจฺจาคํ อาชฺชวํ มทฺทวํ ตปํ  อกฺโกธํ อวิหึสญฺจ ขนฺติญฺจ อวิโรธนํ. ขุ.ชา.28/240/86
 
ที่นี้ที่มาของคำๆนี้มาจากพุทธศาสนา เราพยายามไปหาที่มาว่าทำไมพระพุทธเจ้าถึงแสงธรรมนี้

 

พระ พุทธเจ้าทรงมีความกระจ่างชัดในเรื่องการเมือง สงรามและสันติภาพ เรื่องที่รู้กันดีที่ควรย้ำไว้ที่นี่ว่า พระพุทธศาสนาประกาศและเผยแพร่อหิงสธรรมและสันติภาพ ในฐานะเป็นสาส์นสากล และเป็นศาสนาที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง หรือการทำลายล้างชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชนิดใด ตามทัศนะของพระพุทธศาสนาไม่มีสงครามใดที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น “ สงครามฝ่ายธรรม ” ซึ่งเป็นศัพท์ที่บัญญัติขึ้นอย่างผิด ๆ และเผยแพร่ออกไป เพียงเพื่อหาความชอบธรรมและข้อแก้ตัวให้แก่ความโกรธ ความโหดร้าย ความรุนแรง และการสังหารหมู่ ใครจะเป็นผู้ตัดสินได้ว่าฝ่ายใดเป็น “ ธรรม ” ฝ่ายใดเป็น “ อธรรม ” ? ผู้ที่เข้มแข็งและเป็นฝ่ายชนะ คือ ฝ่าย “ ธรรม ” ส่วนที่ผู้ที่อ่อนแอและเป็นฝ่ายแพ้ คือฝ่าย “ อธรรม ” สงครามของเรา เป็นสงครามฝ่าย “ ธรรม ” เสมอ ส่วนสงครามของเจ้า เป็นสงครามฝ่าย อธรรม ” เสมอ พระพุทธศาสนาจึงไม่ยอมรับจุดยืนแบบนี้

พระ พุทธเจ้าไม่เพียงแต่ทรงสอนอหิงสธรรมและสันติธรรมเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงเคยแม้กระทั่งเสด็จเข้าสู่สนามรบ ทรงเข้าแทรกแซงด้วยพระองค์เอง และทรงป้องกันไม่ให้เกิดสงครามอย่างเช่น ในกรณีข้อพิพาทระหว่างฝ่ายศากยะกับฝ่ายโกลิยะ ซึ่งกำลังเตรียมตัวรบกัน เนื่องจากเกิดปัญหาแย่งน้ำในแม่น้ำโรหิณี และครั้งหนึ่ง พระดำรัสของพระองค์ได้ช่วยป้องกันไม่ให้พระเจ้าอชาตศัตรูทรงใช้กำลังเข้าโจม ตีแคว้นวัชชี

ใน สมัยพุทธกาลก็เช่นเดียวกับทุกวันนี้ คือ มีผู้ปกครองปกครองประเทศโดยขาดความยุติธรรม ประชาชนถูกกดขี่ข่มเหง ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกทรมาน ถูกกลั่นแกล้งถึงตาย ถูกบังคับเก็บภาษีมากจนเกินขอบเขต และถูกลงโทษด้วยวิธีการลงโทษที่โหดเหี้ยมทารุณ พระพุทธเจ้าทรงสลดพระทัยต่อการกระทำอันไร้มนุษยธรรมเหล่านี้ ในอรรกถาธรรมบท (ธัมมปัฏฐกภา) บันทึกไว้ว่า ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงมุ่งพระทัยสู่ปัญหาว่าทำอย่างไรถึงจะมีรัฐบาลดี ๆ ได้ ทัศนะต่าง ๆ ของพระองค์จะเป็นที่เข้าใจได้ก็ต่อเมื่อได้พิจารณาถึงภูมิหลังของด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของยุคพุทธกาลประกอบไปด้วย พระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่าทั่วทั้งประเทศจะเกิดความฟอนเฟะ เสื่อมโทรม และไร้สุข เมื่อหัวหน้ารัฐบาล คือ กษัตริย์ เสนาบดี และข้าราชการ มีแต่ความฟอนเฟะ และขากความยุติธรรม เพราะว่าการที่ประเทศจะมีความสงบสุขได้นั้น จะต้องมีรัฐบาลที่ปกครองด้วยความยุติธรรม วิธีการที่จะก่อให้เกิดมีรัฐบาลเช่นนี้ได้นั้น พระพุทธองค์ตรัสอธิบายไว้ในคำสอนว่า “ กิจวัตรของพระราชา 10 ประการ ” (ทศพิธราชธรรม) ดังที่มีคำอธิบายอยู่ในคัมภีร์ชาดก

แน่นอน คำว่า “ ราชา ” ในสมัยอดีต ควรใช้คำสมัยปัจจุบันว่า “ รัฐบาล ” แทน ดังนั้น “ ทศพิธราชธรรม" จึง ประยุกต์ใช้ในปัจจุบันกับบรรดาผู้ประกอบเป็นรัฐบาล เช่น ประมุขของรัฐ บรรดารัฐมนตรีผู้นำทางการเมือง ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร


 
 
 ทศพิธราชธรรม เป็นหัวข้อธรรมะที่มี ผู้สนใจกันมาก เพราะเป็นธรรมะของผู้ปกครองโดยทั่วไป มิได้เจาะจงว่าต้องเป็น ของพระมหากษัตริย์เท่านั้น ธรรมะในข้อนี้เป็นของที่บัญญัติขึ้นก่อนสมัย พุทธกาล อาจกล่าวได้ว่าเป็นปรัชญาทางการเมืองการปกครองของโลกตะวันออก ที่วางกรอบปฏิบัติหรือธรรมนูญของผู้มีอำนาจปกครอง ต่อมานักปราชญ์ทางพุทธศาสนาได้รับเข้าไว้เป็นธรรมะในศาสนาของตน
 
 
 
เท่าที่อ่านผ่านๆมาก็จะพอเข้าใจว่า คนทั่วไปก็ปฏิบัติได้  แต่ๆๆๆๆๆ ไม่มีใครบอกนะครับว่าเป็นคำราชาศัพท์หรือไม่  แค่บอกว่าคนธรรมดาก็สามารถนำไปใช้ปฏิบัติตามได้เท่านั้นเอง
 
 
ทีนี้จะรู้ได้ยังไงหล่ะว่าเป็นหรือไม่เป็น คำราชาศัพท์
ก่อนอื่น ไปที่เว็บ thai-language.com ก่อน http://www.thai-language.com/id/590084
 
จะพบว่า ทศพิธราชธรรม อยู่ในหมวดคำราชาศัพท์...  แต่ก็ไม่รู้ว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน ใครทำก็ไม่รู้
 
 
ดังนั้น reference ที่ดีที่สุดก็คงเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ศาล รธน. ใช้ตัดสินคดีชิมไปบ่นไปนั่นเอง คือ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี 2542
เมื่อเราค้นคำว่า "ทศพิธราชธรรม" แล้วจะได้ผลว่า
 
ทศพิธราชธรรม น. จริยาวัตรที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรมประจําพระองค์ หรือคุณธรรมของผู้ปกครองบ้านเมืองมี ๑๐ ประการ ได้แก่ ๑. ทาน - การให้ ๒. ศีล - การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย ๓. บริจาค - ความเสียสละ ๔. อาชชวะ - ความซื่อตรง ๕. มัททวะ - ความอ่อนโยน ๖. ตบะ - การข่มกิเลส ๗. อักโกธะ - ความไม่โกรธ ๘. อวิหิงสา - ความไม่เบียดเบียน ๙. ขันติ - ความอดทน ๑๐. อวิโรธนะ - ความไม่คลาดจากธรรม.
 
ลองเปรียบเทียบกับคำนี้นะครับ
 
ตรัส(ราชา) ก. พูด. ว. แจ้ง, สว่าง, ชัดเจน.
 
หวังว่าคงจะสรุปอะไรได้ไม่มากก็น้อยนะครับ
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากข้อมูลที่เป็นลายลักษณ์ อักษรแล้ว ข้อมูลทางจารีตประเพณีก็ควรจะนำมาพิจารณาด้วย
ในอดีตจนถึงปัจจุบัน การใช้ทศพิธราชธรรม สำหรับสามัญชน จะใช้ในลักษณะว่า เชิญชวนให้ปฏิบัติตาม ไม่ใช่บอกว่าใครมีทศพิธราชธรรม  เช่น
- สมเด็จพระสังฆราชแนะนำคนไทยให้ปฏิบัติตามทศพิธราชธรรม www.kanchanaburi.go.th/saisard/region.doc
- ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล แนะนำผู้บริหารน้อมนำ ทศพืธราชธรรมไปปฏิบัติ http://www.blogth.com/blog/Talk/Policy/4965.html
เป็นต้น
 
ดังนั้นการที่ท่านมหาเปรียญบอกว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่มีทศพิธราชธรรม ถึอว่าเป็นครั้งแรกที่มีการพูดในลักษณะนี้ให้สาธารณชนได้ยิน
 
ถ้าดูในทางจารีตประเพณี ที่ไม่ใครมีใครบังอาจพูดได้ขนาดนั้น ก็คงจบด้วยความไม่เหมาะสมมากกว่า...
 
1. ไม่เหมาะสมเพราะ ประเทศนี้ให้เกียรตืพระมหากษัตริย์  และมีขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่ยึดถือมานาน จะมาทำลายง่ายๆ ด้วยการตีความตามอักษร มันก็ดูน่าเกลียด
อยากให้ดูที่ thaipost ครับ เขียนไว้โดยคุณเปลวสีเงิน http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=1/Sep/2551&news_id=163326&cat_id=200
 
เมื่อทราบที่มาของศัพท์ "ทศพิธราชธรรม" เป็นพื้นฐานอย่างนี้แล้ว ก็พอมองเห็นว่า  ที่ ร.ท.กุเทพพูดว่า "นายกฯ สมัครเป็นผู้มีทศพิธราชธรรม" โดยอ้างอิงแต่สมัยพระพุทธกาล นั้น
ก็ไม่ผิดหรอกครับ โดยนัยแห่งตำราภาษาศาสตร์สากลแต่สมัยพุทธกาล ไม่ถือว่า ร.ท.กุเทพ "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"
แต่ที่ท่าน ม.ร.ว.ปรียนันทนา  ประท้วงนั้น ก็ไม่ผิดเช่นกัน เพราะโดยนัยแห่งวัฒนธรรม-ขนบธรรมเนียม-ประเพณี  แห่งประชาชนคนไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา  ยกศัพท์นี้ขึ้นสูงถวายเป็นศัพท์เฉพาะพระมหากษัตริย์คู่กับสถาบันกษัตริย์ ตลอดมา
ดังที่ทราบกันว่า "ทศพิธราชธรรม" เป็นศัพท์ตามขัตติยราชประเพณี   ทางการปกครองของไทยนั่นเอง!
สรุปก็คือ  ที่ ม.ร.ว.ปรียนันทนา ประท้วงนั้น กระทำในสิ่งที่ "ผู้มีจิตสำนึก" พึงกระทำถูกต้องดีแล้ว  ผมก็ไม่คิดว่านายกฯ สมัคร หรือนักปกครองคนไทยคนไหน จะพอใจให้ใครมายกย่องความเป็นผู้มีธรรมด้วยศัพท์ว่า "ทศพิธราชธรรม"
และที่ ร.ท.กุเทพยกย่องหัวหน้าพรรคตัวเองด้วยคำว่า "นายกฯ สมัครเป็นผู้มีทศพิธราชธรรม" ผมก็ไม่คิดว่า ร.ท.กุเทพจะคิดนำมาใช้ด้วยอกุศลเจตนาใดๆ คงนำมาใช้เพราะความเป็นผู้เรียนมาก รู้มาก
แต่อย่างน้อย "จิตสำนึก" ในการวิเคราะห์ อะไรควร-อะไรไม่ควร ในภาวะอันพึงมี
 
2.  ตัวบุรุษที่ 3 ที่ถูกกล่าวถึง ลองเทียบรายข้อดูหล่ะกันนะ
๑.  ทาน  (การให้  คือ  สละทรัพย์สิ่งของบำรุงเลี้ยง ช่วยเหลือประชาราษฎร์ และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์)
๒.  ศีล (ความประพฤติดีงาม คือสำรวมกายและวจีทวาร ประกอบแต่การสุจริตรักษากิตติคุณให้ควรเป็นตัวอย่าง  และเป็นที่เคารพนับถือของประชาราษฎร์ มิให้มีข้อที่ใครจะดูแคลน)
๓.  ปริจจาคะ  (การบริจาค  คือ  เสียสละความสุขสำราญ ตลอดจนชีวิตของตนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง)
๔.  อาชชวะ  (ความซื่อตรง  คือ  ซื่อตรงทรงสัตย์ไร้มารยา  ปฏิบัติภารกิจโดยสุจริต  มีความจริงใจ  ไม่หลอกลวงประชาชน)
๕.  มัททวะ (ความอ่อนโยน คือ มีอัธยาศัย  ไม่เย่อหยิ่ง  หยาบคายกระด้างถือองค์  มีความงามสง่าเกิดแต่ท่วงทีกิริยาสุภาพนุ่มนวลละมุนละไม  ให้ได้ความรักภักดีแต่มิขาดยำเกรง)
๖. ตปะ  (ความทรงเดช คือ แผดเผากิเลสตัณหา มิให้เข้ามาครอบครองย่ำยีจิตระงับยับยั้งข่มใจได้  ไม่ยอมให้หลงใหลหมกมุ่นในความสุขสำราญและความปรนเปรอ  มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอหรืออย่างสามัญ  มุ่งมั่นแต่จะบำเพ็ญเพียรทำกิจให้บริบูรณ์)
๗. อักโกธะ  (ความไม่โกรธ  คือ ไม่เกรี้ยวกราด ลุอำนาจความโกรธจนเป็นเหตุให้วินิจฉัยความและกระทำการต่างๆ ผิดพลาดเสียธรรม  มีเมตตาประจำใจไว้ระงับความเคืองขุ่นวินิจฉัยความและกระทำการด้วยจิตอันราบ เรียบเป็นตัวของตนเอง)
๘. อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน คือ ไม่บีบคั้นกดขี่ เช่น เก็บภาษีขูดรีด หรือเกณฑ์แรงงานเกินขนาด ไม่หลงระเริงอำนาจขาดความกรุณา หาเหตุเบียดเบียนลงโทษอาชญาแก่ประชาราษฎร์ผู้ใด  เพราะอาศัยความอาฆาตเกลียดชัง)
๙. ขันติ (ความอดทน คือ อดทนต่องานที่ตรากตรำ ถึงจะลำบากกายน่าเหนื่อยหน่ายเพียงไรก็ ไม่ท้อลอย ถึงจะถูกยั่วถูกหยันด้วยคำเสียดสีถากถางอย่างใด ก็ไม่หมดกำลังใจ ไม่ยอมทิ้งกรณีย์ที่บำเพ็ญโดยชอบธรรม)
๑๐. อวิโรธนะ (ความไม่คลาดธรรม คือ  วางองค์เป็นหลักหนักแน่นในธรรม  คงที่  ไม่มีความ  เอนเอียงหวั่นไหว  เพราะถ้อยคำที่ดีร้ายลาภสักการะ หรืออิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ใดๆ สถิตมั่นในธรรม ทั้งส่วนยุติธรรมคือความเที่ยงธรรมก็ดี  นิติธรรมคือระเบียบแบบแผนหลักการปกครอง  ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามก็ดี ไม่ประพฤติให้เคลื่อนคลาดวิบัติไป)
 
อืมมมมม - -!  ขอเป็นคนอื่นได้ไหมอ่ะ > _ <
 
สุดท้าย หวังว่าคนที่ผ่านเข้ามาจะเข้าใจมาขึ้นนะครับ... ถ้าเปิดใจกว้างดูก็น่าจะรับรู้ในสิ่งที่ต้องการจะบอก
9月5日

เรื่องจริงกว่า... ชอบมากกกกก

 

ขอให้น้องโชคดีนะ พี่เคยคิดจะทำแบบนี้แต่ไม่กล้าเลยหว่ะ...

btw ครั้งนี้เป็นนิคอน ไม่ใช่ แคนนอน แฮะ !?

8月30日

FreeBSD7.1 + Cacti/Spine บ้าพลังมากมาย

หลักใหญ่ใจความที่จะบอกคือ FreeBSD7 มันเมพขริงๆ

นิยาม
FreeBSD
 - เป็น Unix Cloned OS ตัวหนึ่ง มีความสามารถพิเศษคือถึกควาย แต่เดินตามเทคโนโลยีอย่างช้าๆ ด้วยปรัชญาการพัฒนาแบบ Cathedral 
Linux - เป็น Unix Cloned OS เช่นเดียวกัน มีความสามารถพิเศษคือตามเทคโนโลยีเร็ว โฉบเฉี่วไฉไล แต่ชอบสะดุดบั๊กตัวเองหกล้มเป็นประจำ แม้จะไม่เท่านายหน้าต่าง ด้วยปรัชญาการพัฒนาแบบ Bazaar
Cacti - เป็น Next Generation Graphing Tools ที่ถูกพัฒนาให้มี function ที่หลากหลายเหมาะสำหรับใช้งาน Network Monitoring ในหลายๆที่ 
           มีคนชอบเอา Cacti ไปเทียบกับ MRTG ทั้งๆที่ความจริงตัวของ Cacti เองเป็นแค่พ่อบ้าน (Front-End) ของ RRDTool ซึ่งเป็นพี่น้องกับ MRTG เพราะมาจากคนเขียนคนเดียว
Cactid/Spine  - เป็นโปรแกรมไปรับข้อมูลสถิติให้กับ cacti
RRDTool - ย่อมาจาก Round Robin Databases Tool พัฒนาโดย Tobias Oetiker มีลักษณะเด่นคือ มีระบบการจัดเก็บ/สร้างกราฟเป็นเลเยอร์ และจัดเก็บข้อมูลสถิติเป็นลักษณะของ database ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง  ข้อเสียคือ command line เพียวๆ เหมือนทัวร์นรก และเปลือง cpu มากกว่า MRTG เพราะต้องทำหลาย Process
MRTG - ย่อมาจาก Multi Router Traffic Grapher พัฒนาโดย Tobias Oetiker  เหมือนกัน มีลักษณะเด่นคือ เหมือน Steven Gerard คือทำแมร่งทุกอย่างอยู่ในโปรแกรมเดียว ทั้งเก็บข้อมูลสร้างกราฟ สร้าง html  เก็บไฟล์แบบทั่วไป ข้อมูลจำกัด  query ไม่ได้เหมือน database ไม่ยืดหยุ่น แต่เร็วมาก
Lighttpd - อ่านว่า "ไล้ท์ตี้" เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ประเภท จรวดทางเรียบ  ไม่มี function หวือหวา แต่เร็วมาก
Apache  - เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ดาวค้างฟ้า เก๋าเกมส์ มีท่ามากมายเพื่อรองรับตัณหาผู้ใช้งาน แต่คนอายุเยอะๆก็อย่างนี้แหละ ช้า อ้วน กินจุ

ท้าวความกันสักเล็กน้อย

คือเมื่อสองปีที่แล้วได้ทำความรู้จักกับ RRDTools + Cacti และได้นำมาลองใช้ที่ภาคฯ เล่นๆ มี plugin สวยงาม ท่านอาจารย์เห็นแววเลยอยากให้ไป implement ที่ IT จุฬาฯ ด้วยเพื่อความง่ายในการดูแลระบบ

ในการ implement ครั้งนั้นใช้ FreeBSD6.0 PreRelease + Apache + Cacti + Cactid + Plug-in อีก 5 ตัว  การสร้างระบบใช้เวลาไม่นาน แต่การไปไล่หาอุปกรณ์เพื่อเปิด SNMP ให้มันอ่านค่าได้นี่สิ นรก ใช้เวลาเกือบปี (สัปดาห์นึงนั่งดูครั้ง 2 ครั้ง) จำนวนอุปกรณ์ก็เสถียร - -"  สถิติการทำงานครั้งนั้นคือ host ประมาณ 250 ตัว  Datasource 2500 ใช้เวลาทำงานประมาณ 4 - 5 นาที (เกือบๆ) แต่อย่าลืมว่ามันทำงานอัติโนมัติทุก 5 นาที ดังนั้น 4 นาทีนี่ถือว่าชีวิตหนักมากเพราะกลัวว่าโปรแกรมจะทำงานพร้อมกันซึ่งไม่เป็นผลดีแม้แต่น้อย

 

เหตุการณ์บังคับ
วันเวลาผ่านไป จำนวน host ก็โตขึ้นเรื่อยๆ server ก็เสื่อมลงเรื่อยๆ ล่าสุดเริ่มคุมไม่ค่อยอยู่ มีโปรแกรมค้างมาก ใช้ Load เยอะ บางครั้ง ขึ้นเป็น 100 น่ากลัวมากมาย

สุดท้ายเลยตัดสินใจ ยกเครื่องทั้งระบบใหม่ ซึ่งความยากคือ 1. เครื่องอยู่ใน production state ใช้งานอยู่จริง ถ้าปิดหรือระบบไม่ทำงาน จะส่งผลกระทบต่อคนหมู่มาก 2. ไม่มีเครื่อง spare แปลว่าลงเครื่องใหม่แล้ว swap มาไม่ได้

แล้วทำไงดีหล่ะ งั้นก็ต้องลุยไปเลย งานนี้ลักษณะเหมือนทุบหม้อข้าว ตีเมืองจันทน์ เพราะว่า ในขั้นตอนการ migrate ทั้งหมด ไม่มีการ backup ระบบแม้แต่น้อย คือถ้าตายคือตายนั่นเอง - -"

เริ่มสร้าง FreeBSD ใหม่
การ migrate เริ่มที่การ download source ของ FreeBSD 7 รุ่นใหม่ที่สุดที่ stable ผ่านทางวิธีหลังไมค์ เราจะได้รุ่น stable ล่าสุดจริงๆมา (ในที่นี้คือ 7.1 Prerelease หน้าเว็บยังไม่มีเลย หุหุ)  ส่วนนี้ใช้เวลา 1 คืนเต็มๆ เพราะต้องไปดูดจากต่างด้าว

ต่อมาก็เริ่มกระบวนการที่เรียกว่า build/installworld ของ FreeBSD กระบวนการนี้คือการสร้างโปรแกรม ไลบรารี่ เคอร์เนลของ FreeBSD ใหม่ทั้งหมดกระบวนการนี้ต้องขึ้นอยู่กับความแรงของเครื่องด้วย ซึ่งในที่นี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
หลังจากนั้นก็นั่นพิจารณา config ว่าอันไหนใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.
พร้อมจะ reboot แล้ว แต่ก่อนจะทำต้อง confirm กับพี่ที่ IT ก่อน ด้วยเหตุว่า เครื่องนี้ reboot แล้วจะต้องไปกดที่ bios ก่อน 1 ที ข้าพเจ้าทำงาน remote หุหุ
จบจากตรงนี้แล้วเราก็จะได้ release ของ FreeBSD ตัวใหม่มาใช้งานที่เครื่องเรา หุหุ ก็นั่งจูนระบบไปเรื่อยๆ

ติดตั้งโปรแกรมที่ใช้
เนื่องจากเราใช้ OS ใหม่ แม้ว่าโปรแกรมที่ติดอยู่เดิมจะยังคงทำงานได้ แต่ควรจะ rebuild ใหม่ดีกว่าให้ใช้กับ library ปัจจุบันดีกว่า
โปรแกรมที่ใช้เปลี่ยนไปจากเดิมคือ webserver ตอนนี้ใช้ lighttpd แทนแล้ว เพราะ apache มันอ้วนเหลือเกิน เปลืองโหลดแล้วก็ไม่ได้ใช้ฟังก์ชั่นเยอะขนาดนั้น
ตัว cactid เปลี่ยนชื่อเป็น spine ก็ใช้ตัวนี้แหละ อ่อความจริงมันมีตัวที่เขียนโดยใช้ php อยู่ชีวิตง่ายมาก แต่ก็นะไม่เร็ว ยังไงของที่มันเป็น C ก็เร็วกว่าอยู่แล้น

 

ผลการ Upgrade

FreeBSD7 ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากในการทำงาน เพราะลด Load แต่ได้งานเร็วกว่าเดิมมากๆๆ ต้องขอบคุณระบบการทำงาน scheduler ใหม่ ULE ด้วยซึ่งทำให้การทำงานบนระบบ Multi-core มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม  นอกจากนี้ยัง support Network Interface Card Computation Offload คือการที่ตัว Network Interface สามารถทำการคำนวณค่าทาง Network บางอย่างแทน CPU ได้

ลองดูรูปหล่ะกันนะครับ

monitor
รูปนี้คือจำนวน device Node ทั้งหมดที่ probe ได้

มีประมาณ 322 ตัว และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระบบที่ทำให้นั้นติดตั้ง auto-discover ไว้ด้วย ถ้ามีการติด switch หรืออุปกรณ์เพิ่ม และเปิด snmp ตามที่บอกไว้ มันจะ add เข้าไปเอง โดยไม่ต้องทำอะไร  (สนับสนุน scalabilitty ด้วย อิอิ)
หลักการทำงานของ System Enginerr คือ คิดเยอะๆ จะได้ทำน้อยๆ ใช้ได้ดีหุหุ

nms_load
Load ของเครื่อง Monitor หลังจากที่แปลงร่างเป็น FreeBSD 7 แล้ว

โหลดที่เห็นคือเอา ทั้งปีมาให้ดู เทียบกับเดือนสิงหาที่เพิ่ง upgrade ไป จะเห็นว่ามันลดแบบเห็นๆ ทั้งๆที่อุปกรณ์มากกว่า ข้อมูลทีต้องใช้มากกว่า...

 weathermap
โชว์ Feature Weather Map

Network Weather Map คือการสร้างแผนที่แสดง Topology ของระบบเครือข่ายที่เราดูเลย เราจะเห็นได้ว่าใช้ขณะใดขณะหนึ่ง มี Traffic เป็นอย่างไร เครื่องไหน Down บ้าง โหลดเป็นเท่าไหร่ เป็นต้น

stat
สถิติของการทำ polling

3635 datasources 322 hosts ใช้เวลาทั้งสิ้น 9 วิ โดยประมาณ
ที่เยอะสุดๆคือ  7783  datasources ใช้เวลา 24 วิ  แต่ลดจำนวนไปเพราะ ไม่จำเป็นต่อการ Monitor
แต่ก่อนนี้ เกือบ 5 นาที เส้นยาแดงผ่านแปด - -"

บทสรุป

จะใช้ OS อะไรก็เรื่องของท่าน แต่ว่าต้องรู้จักสภาพของมันให้มากกว่าแค่ Spec รับรองได้ว่าคุณจะใช้งานมันได้ 100%
เพราะ OS ส่วนใหญ่ default มี performance แค่ 50-60% เท่านั้นแหละ รวมถึง application ด้วยนะ

8月10日

Gap_zilla ปรากฏการณ์น้ำผึ้งหยดเดียวถล่มพันทิพย์

ไปอ่านครั้งสุดท้ายตอนช่วงกลางๆเดือนเมษายน นึกว่าจบไปแล้ว มันมีต่อ 555+
พอมาอ่านวันนี้โพสต์กันจะครบ 1000 ซะแล้ว
 
แม้ว่ามันจะไม่ใช่กระทู้ hot แบบเรื่องของ ปั๊ม AF5 ในห้องเฉลิมไทย แต่ก็ถือเป็น กระทู้ที่ถูกโหวตเป็นกระทู้แนะนำที่น่าจะนานที่สุดที่เคยเห็นมาแล้วนะครับ (เกือบ 4 เดือน)
 
เรื่องมีอยู่ว่านาย Gap_zilla เป็น user หนึ่งในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งซึ่งเมื่อ search google ในเวลานี้จะได้ประมาณ 4400 กว่า link หุหุ
นายคนนี้ไปตบรูป(จำนวนมาก)ของเทพถ่ายภาพท่านหนึ่งมาโพสต์ในเว็บบอร์ดของเขาเอง แล้วก็ประกาศว่าเขาเป็นคนถ่าย
 
โดยมีจุดประสงค์จากการสรุปเนื้อหาใจความคือ... โชว์สาว
ทีเด็ดคือ รูปที่ตบไปคงสภาพเดิมทุกอย่าง ลายน้ำเจ้าของคนเดิมไม่มีครอบ แถมเอาสำนวนที่เจ้าของคนเดิมเขียนมาโพสต์อีกต่างหาก แต่เขียนว่า ถ่ายเอง
 
โชคไม่ดีนัก มีคนที่ไปเห็นรูปที่แอบอ้างแล้วก็ไปฟ้องเข้าของตัวจริงครับ
 
เหตุการณ์อย่างง่ายๆนะครับ
ช่วงเกือบๆ 100โพสต์แรก ทุกคนรุมประนามเรื่องการไป dup ของคนอื่นสิครับ เหอะๆ
และแล้ว Gap_zilla ก็มาโพสต์ในโพสต์ที่ 97  สรุปใจความง่ายๆ ว่า  มีคนเอา username ของเขาไปใช้สิครับ ลองไปอ่านข้อความเต็มดูนะครับ
 
แต่บอร์ดพันทิพย์โหดร้ายกว่า จับเข่าคุยของสรยุทธ + รายการของวูดดี้มากมายหลายเท่านัก ในเรื่องของการเจาะประเด็นและตั้งข้อสังเกต
ที่แน่ๆ รูปโพสต์ตั้งแต่เดือนกุมภาฯ มาโวยวาย ตอนเดือนเมษาฯ ว่ามีคนสวมรอย น่าสนใจมาก
 
ในที่สุดก็มี ผู้หญิงที่ตานี่บอกว่าสวมรอย log-in เขามาโพสต์สิครับ  งานนี้รู้กันถึงสันดานกันไปเลย
นอกจากนี้ยังมีโจทก์เพิ่มอีกหนึ่งคน ที่โดนเอารูปไปใช้อีกแล้ว - -"
 
ตอนนี้คนประนามกว่าเดิม กลายเป็นโทษผู้หญิงอีก น่ากลัวมากๆ คนนี้
 
และแล้ว ตานี่ก็โพสต์ขอโทษอย่างขอไปทีในที่สุดในโพสต์ที่ 224
 
"ผมขอโทษท่านเจ้าของภาพที่ได้นำภาพและข้อความเหล่า นั้นมาโพสโดยไม่ได้รับความยินยอม โดยที่ตัวผมเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจจะทำให้มีการเสื่อมเสียชื่อเสียงไปถึงตัวท่านเจ้าของภาพได้ แต่ที่ผมทำไปเช่นนั้น เนื่องมาจากว่าทั้งภาพและข้อความ มันงดงามและผมอยากให้คนอื่นทั่วไปได้รับชมก็เท่านั้นเองครับ"
 
เหอะๆ ตรงขีดเส้นนี่มันฮาจริงๆ ถ้าคุณเป็นเจ้าของภาพที่ลงทุนไปคลุกดิน ปีนต้นไม้เพื่อให้ได้ภาพดีๆเหล่านั้นมา จะรู้สึกยังไงดีครับ
.
.
.
แต่เหตุการณ์ยังไม่จบแค่นั้นคุณเว็บมาสเตอร์ของบอร์ดมาโพสต์ต่อ
โพสต์ธรรมดาก็คงไม่เป็นไร
 
แต่ไปๆมาๆ ทำไมแปลงร่างกลายเป็นผู้หญิงแล้วมาด่าผู้หญิงได้ก็ไม่รู้  คำด่าไม่สามารถเอามาโพสต์กันในนี้ได้ สถุลมาก
แต่คนในบอร์ดพันทิพย์เก่งมาก เรื่องแค่นี้จับกันง่ายๆ โดยดูที่โพสต์ 476  (ครึ่งนึงและ - -")
 
เมื่อความแตก ท่านเว็บมาสเตอร์ก็มาแถต่อในโพสต์ที่  486 เหอะๆๆๆ
 
การประนามต่อมาเลยโดนทั้ง ท่าน Gap_zilla และ webmaster เลย    คนนึงก็ก็อบแล้วไม่ยอมรับโยนขี้ให้ผู้หญิง  อีกคนก็สวมกระโปรงมาด่าผู้หญิงอีก เฮ้อ
ล่าสุดนี้ กระทู้ถึง 900 กว่าๆ แล้วพี่น้อง - -"
 
 
ด้วยสภาพแวดล้อมหลายๆ อย่างในสังคมไทย มันเอื้ออำนวยต่อการที่จะบอกว่า สิ่งที่เขาทำนี่มัน "ไม่ผิด" นี่นา
- ตอนเรียนเรากลัวไม่ได้คะแนนมากกว่ากลัวไม่รู้ ทำไม่ได้ก็ลอกเพื่อน โดยไม่ได้ถามแม้กระทั่ง how-to
- การละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ เพลง โปรแกรม สิ่งประดิษฐ์ โน่นนี่ โดยมีวัตถุประสงค์การลอกเพื่อเงิน ไม่ใช่ความรู้
- การขายของหรืออะไรแบบไทยๆ อะไรที่ทำแล้วได้เงินดีๆ ก็จะไปลอกๆกันทำ  เช่นถ้าไปโบ๊เบ๊ ไม่ต้องเดินให้ครบเพราะผ้าก็มาจากที่เดียวกันหมด จะเดินให้ครบทั้งตึกทำไม ??
 
โชคดีครับ ที่พอเทคโนโลยีมันดีขึ้น คนถือกล้องมากขึ้นๆ  หลายคนที่ถ่ายรูปด้วยตัวเองๆเริ่มทื่จะเข้าใจว่า เบื้องหลังที่จะทำให้ได้งานเหล่านั้น มันเต็มไปด้วยความยากลำบากครับ อย่างรูปบางรูปอาจจะต้องรอเวลาเป็นชั่วโมง ถึงจะได้รูปที่เรียกว่าสวยงาม   สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนที่ทำอาชีพสร้างสรรค์งานศิลป์เริ่มทำมาหากินได้ในสังคมนี้ครับ  ผมสังเกตได้จากที่เดี๋ยวนี้มีคนไปดูอะไรเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมมากขึ้น  พวกเราก้าวหน้าขึ้นครับ
 
การไม่ยอมรับในการแอบอ้างผลงานคนอื่น ถือว่าเป็นก้าวเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนานะครับ ผมยังเชื่ออยู่เล็กๆว่า มันจะขยายวงไปยังสายอื่นต่อไป เช่นใน คอมพิวเตอร์ ดนตรี อาหาร หรืออะไรอย่างอื่น
เมื่อเราพยายามสร้างสรรค์ผลงานด้วยมือเราเอง คนอื่นให้การยอมรับ ก็จะได้ผลงานใหม่ เมื่อมีการวิจารณ์ก็จะเกิดการพัฒนาของงาน มันเป็นวัฏจักรในการเกิดของผลงานครับ
 
คนไทยเราทำได้ครับ เพียงแต่เราต้องหายใจด้วยจมูกเราเองครับ อย่าไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ...
 
 
อ้างอิง
1. รูป Donot Gapzilla ของคุณ  9george@pantip.com
8月3日

...

 
 
 
 
 
 
หมดมุขเขียนประจำสัปดาห์นี้ สวัสดี ...
 
 
7月28日

ความวุ่นวายสไตล์ไทยๆของ PCI-X

เฮ้อ จากหัวข้อที่ผ่านมาได้สัญญาว่า จะกลับมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ แต่ว่าไปว่ากว่าจะหาประเด็นในการเขียนได้นี่มันช่างน่าปวดหัวจริงๆ
 
หัวข้อที่จะพูดถึงนี่ก็คือ บัสของคอมพิวเตอร์ (computer bus) ครับเป็นที่ทราบกันว่าคอมพิวเตอร์มีความเท่ห์ที่เหนือกว่าพวกตู้หยอดเหรียญขายน้ำคือมันมีความสามารถในการเพิ่มฟังกชั่นการทำงานโดยการใส่การ์ดเข้าไปที่ตัวคอมพิวเตอร์ (ใครนึกไม่ออกก็นึกถึงร็อคแมนนะครับ เวลาชนะบอสก็จะได้ฟังก์ชั่นของบอสมา ไม่เกี่ยว!?) ในการเพิ่มฟังก์ชั่นนั้นวิธีหนึ่งก็คือ มีการ์ดฟังก์ชั่นเช่นการ์ดจอหรือการ์ดเสียงแล้วก็เสียบเข้าไปที่เครื่อง โดยที่ตำแหน่งที่เสียบการ์ดนั่นเองครับที่เรียกว่าบัส
 
ทีนี้บัสก็มีอยู่หลายแบบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ ISA PCI AGP PCI-X PCI-E ซึ่งในแต่ละรุ่นนั้น บางอันก็ตายไป อย่าง AGP ก็เริ่มตายเพราะโดน PCI-E (x16) ตีตลาดเพราะความเร็วที่เหนือกว่า หรือการพัฒนา generation ใหม่ของระบบบัสเดิมๆ เช่น PCI-X ก็มี version 2. ได้ throughput ที่ 2 GB/s หรือ 4GB/s โดยประมาณ ขณะที่ PCI-E ถ้าเป็น version 2.0 ใช้ x32 ได้ 4GB/s และกำลังจะมี version 3.0 ซึ่งสนับสนุนถึง 8 gigatransfer/s
 
 
ถึงตรงนี้หลายคนที่ไปๆมาๆตามตลาดขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะเริ่มแย้งแล้วหาว่าผมเขียนผิด
 
ผิดตรงไหน ก็ตรงที่ PCI-E (x16) นี่แหละ มันต้องเป็น PCI-X สิ!?
ทำไมหล่ะ เพราะในตลาด เขียน PCI-X x16 หมดทุกเจ้าเลย
 
ตรงนี้คือสิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึงครับ
ความหมายที่แท้จริงของ PCI-X คือ PCI-Extended ครับซึ่งเกิดมาก่อน PCI-Express
 
PCI-Express ย่อว่า PCI-E เป็นเทคโนโลยีที่เกิดหลังสุดพัฒนาโดย Intel เจ้าเก่าเพื่อเป็น Hardware Killer ในส่วนของ bus ทั้งหมด พูดง่ายๆคือมาตี PCI AGP และ PCI-X นั่นเอง
ซึ่ง PCI-E มีโครงสร้างแตกต่างจากทั้ง PCI และ PCI-X เนื่องจากถูกพัฒนาโดยใช้หลักการต่างกัน ในขณะที่ PCI-X สามารถใช้การ์ด PCI ปกติได้เนื่องจากมีสายการพัฒนาเดียวกัน
PCI-E มีความพยายามที่จะครองตลาดของ Expansion Slot จึงเริ่มด้วยการตี Graphics Card ของ AGP ก่อนซึ่งก็เป็นผลสำเร็จ AGP คงจะหายไปในตลาดอีกไม่นาน ตอนนี้เป้าหมายต่อไปคือการตี PCI และ PCI-X ต่อ ซึ่งวิธีการคือการมีอินเทอร์เฟสแบบ  x1 x4 และ x8 x16 และ x32 ซึ่งเป็น bus ขนาดเล็กกว่า ให้ผู้ผลิด Card เลือกได้ตามความเหมาะสมกับความเร็วที่ต้องการใช้งาน
 
ขณะที่ PCI-X เป็นบัสซึ่งจะอยู่ใน Mainboard คอมพิวเตอร์ระดับ workstation หรือ server เท่านั้นครับ ไม่ค่อยพบใน Mainboard Desktop ทั่วไป อุปกรณ์ที่จะพบการใช้ PCI-X จะเป็นอุปกรณ์ที่มีการประมวลผลของข้อมูลเยอะๆ เช่น Storage หรือ Cryptographic Module ซึ่งคนใช้ Desktop ตามบ้านจะไม่เจออุปกรณ์เหล่านี้เลย
 
ความแตกต่างระหว่าง PCI-E และ PCI-X คือวิธีการทำงานครับ
PCI-E ทำงานโดยใช้การส่งสัญญาณ Serial ไป-กลับ ระหว่างอุปกรณ์และหน่วยประมวลผล เรียกว่า Lanes มีลักษณะการทำงานแบบ Point-to-Point มีการส่งสัญญาณแบบ Full-Duplex
PCI-X ทำงานโดยใช้การส่งสัญญาณแบบ Parallel บนบัส  มีลักษณะการทำงานแบบ Physical Hub มีการส่งสัญญาณแบบ Half-Duplex
 
หรือถ้ายกตัวอย่างง่ายๆคือ PCI-E  x1  250MB/s หมายถึง ส่งข้อมูลไป 250MB/S กลับ 250MB/s  และสามารถรับส่งได้พร้อมกัน
แต่ PCI-X  1GB/s หมายถึง ส่งข้อมูลไปกลับรวมกัน 1GB/s และส่งข้อมูลพร้อมกันไม่ได้
 
 
หลายคนสงสัยว่าทำไมส่งข้อมูล parallel ถึงแพ้แบบ Serial เหมือนสงครามระหว่าง SATA กับ IDE ที่จบด้วยชัยชนะของ SATA 
 
parallel ส่งพร้อมกัน  นั่นหมายถึงปลายทางต้องรับให้พร้อมกันหรือในช่วงเวลาใกล้ๆกันมากๆด้วยนะครับ นี่คือความยากในการทำงานแบบ Parallel
และเมื่อการส่งแบบ parallel พยายามเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ก็จะพบกับข้อจำกัดอย่างหนึ่งคือ คลื่นรบกวนครับ
คลื่นรบกวนที่เกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(EM)จากการส่งสัญญาณไฟฟ้าภายในบัสนั่นเอง
 
ในขณะที่ serial ไม่เจอปัญหาเรื่องของ EM และ การรับส่งพร้อมกับ เพราะมันส่งข้อมูลเป็นลำดับๆ สามารถเร่งความเร็วได้มากกว่า วิธี Parallel ทำ โดยมีอุปสรรคน้อยกว่า
 
ดังนั้น โอกาสที่ PCI-E จะตี PCI และ PCI-X ได้ มีค่อนข้างสูงครับ แต่ก็คงอยากกว่า AGP เพราะถ้าอุปกรณ์ความเร็วต่ำๆ PCI มี Cost การผลิดต่ำกว่าเยอะ
 
 
 
กลับมาส่งท้าย แล้วมันวุ่นวายตรงไหนจากหัวข้อนี่
ทุกท่านทราบดีกับเรื่องของภาษาวิบัติ สาเหตุใหญ่ๆของสิ่งที่ว่านี้ เกิดจากความมักง่ายเอาแต่สบายของผู้ใช้ภาษา  ทำให้ภาษากร่อนลงโดยเฉพาะภาษาพูด ซึ่งการกร่อนของภาษาพูดนั้นไม่มีผลรุนแรงเท่าไหร่
แต่ตอนนี้ความรุนแรงมันขยายขึ้นมาเพราะเกิดการกร่อนหรือจงใจเขียนผิดในภาษาเขียน เช่น อนุญาต สังเกต (หลายคนเขียนว่า อนุญาติ สังเกตุ) หรือคำอื่นๆอีกมากมาย
 
ถ้ากร่อนเฉพาะในภาษาไทย ยังพอถูๆไถๆ เพราะมีประเทศใช้ภาษาไทยอยู่ประเทศเดียว จะมั่วๆ ไปโลกไม่ได้สนใจมันมาก
 
แต่กับคำต่างประเทศ การมั่วคำพวกนี้ ส่งผลมากต่อการทำงานและภาพของผู้ใช้เอง
เช่น
1. ถ้าไปสั่งอุปกรณ์ Mainboard แล้วมีคำว่า PCI-X เขาก็จะตีความว่าเป็น PCI-Extended ราคาแพงกว่าที่ต้องการหลายเท่านัก
2. พอของมาคุณคนสั่งของเห็นว่าไม่ใช่ PCi-Express ก็โทรไปด่าแล้วขอคืนของ
3. vender งง เพราะมันเขียนมาอย่างนี้แล้วจะเอาอะไรอีก เลยไม่สนใจ และไม่รับ order มันในภายภาคหน้า แถมตีหน้าว่าเป็นเกรียนเทพ อีกต่างหาก
 
รายละเอียดทั้งหมดนี่ถูกกำหนดโดย Standard ที่นานาชาติยอมรับ จะมาเปลี่ยนคำมั่วๆ ไม่ได้นะครับ ไม่ใช่เหมือนมาตรฐานเมืองไทยที่ตีความเข้าข้างตัวเองได้เรื่อยๆ
 
ดังนั้นพยายามศึกษาและใช้คำที่ถูกต้องดีกว่านะครับ ในทุกแขนงความรู้ เพื่อไม่ได้การความผิดพลาดขึ้นในอนาคต
 
 
Reference
1. http://www.pcisig.com/home PCI-SIG Standard
2. http://www.intel.com/technology/pciexpress/devnet/  Intel® Developer Network for PCI Express* Architecture
7月19日

สุภาษิตสอน(จีบ)หญิง และมุขควายต่างๆ

ตบมาจาก http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=97667 ขอรับ
เนื่องด้วยช่วงหลังๆ blog นี้ออกแนวอันธพาลไปแย็บชาวบ้านเยอะ เดี๋ยวจะเครียดกัน เลยต้องหาอะไรคลายสมองบ้างหุหุ

แด่ชายโฉดที่เรารู้จัก อุ บันไซ 555+

 

การจีบหญิง แท้จริง นั้นแสนง่าย แค่แต่งกายไปเดิน ที่สยาม
ปิ้งคนไหน ไปใกล้ใกล้ แล้วเดินตาม จากนั้นถาม เบอร์โทร โอ้! ง่ายจัง

แต่จะได้ หรือไม่ได้ อยู่ที่น้อง เพราะผู้หญิง มีสมอง น้องอย่าหวัง
ว่าอะไร มันจะง่ายสบายจัง อยากสมหวัง ต้องจริงใจ มาก่อนเลย

ถ้ารักจริง ชอบจริง ค่อยตามจีบ ไม่ต้องรีบ เปิดใจ ไปเฉลย
ว่าตัวมึง รัก*** ชิปหายเลย อย่าเปิดเผย เร็วไป ให้เวลา

แรกทักทาย ต้องสุภาพ พูดไพเราะ พูดเพราะๆ ดีกว่า อย่าปากหมา
อย่าโชว์อ๊อฟ อย่าทำเท่ อวดศักดา แค่ทำตัวธรรมดา ก็เป็นพอ

สองอย่าตื้อ อย่าตาม รำคาญว่ะ หยิ่งหน่อยนะ จะดูเท่ สมศักดิ์ศรี
แล้วอย่าพล่าม เรื่องตัวเอง ***ทั้งปี พูดแบบนี้ เหมือนขี้คุย สาวไม่มอง

ควรทำตัว ปกติ มิต้องเซ็ท เค้าจะGet ดีกว่า ทำตัวหล่อ
ได้เบอร์โทร มาแล้ว รู้จักรอ อย่าพึ่งขอ เบอร์ยกทรง กางเกงใน

โทรไปหา วันละครั้ง กำลังแจ๋ว สิบแปดครั้ง มากไปแล้ว เค้ารู้ไต๋
อย่าทำตัว เป็นผู้ชาย ที่ง่ายไป แล้วหญิงใด มันจะสน คนง่ายเกิน

นัดทานข้าว ควรจะเป็น มื้อเย็นนะ ถ้าอยากจะ จากกันแล้ว ให้คิดถึง
เลี้ยงมื้อเช้า มื้อกลางวัน เปลืองนะมึง แดดมันร้อน ***ไม่ซึ้ง เสียตังค์ฟรี

จะไปไหน ควรไปรับ ควรไปส่ง ต้องซื่อตรง รักเดียว ไม่ขี้หลี
ถือคติ ทำดี ย่อมได้ดี ทำตามนี้ มีสิทธิ์ ติดแน่นอน!!


ข้อควรระวัง : ห้ามใช้กับหญิงไร้หัวใจ มึงจะเสียตังค์ฟรี โปรดสังเกตุคำเตือนจากเพื่อนๆ ทุกครั้ง+++


มุขควาย

ช- ก่อนนอนอย่าลืมเอากรรไกรมาวางใต้หมอนนะ
ญ- เอาไปทำไมอ่ะ
ช- ก็เราจะได้ไม่ห่างกันไกล


ช- นี่เธอถ้าตอนไหนอยากส่องกระจกแล้วไม่มีบอกเรานะ
ญ- ทำไมเธอมีเหรอ
ช- มองตาเราสิ
ญ- ทำมายอ่ะ
ช- ก็ในตาเรามีแต่ภาพเธอตลอดเวลา


ช นี่เทอ เราสายตายาวอะ
ญ. เอ้าทำไมล่ะ
ช. เพราะเรามองเทอ อยู่ห่างๆ


ช- **ตบกระบานไป 1 ที** " โกรธป่ะ
ญ- ถ้าโดนตบกระบานแล้วเมิงโกรธป่ะล่ะ
ช- ถ้าโกรธทุบตรงอกซ้ายเลย แต่ระวังเจ็บนะเพราะมันมีเธออยู่งัย


ช- ฮาโหล
ญ- มีไร
ช- มีไรจะบอก
ญ- ว่ามา
ช- คือเราหายใจแปลกๆอ่ะ
ญ- ทำไมอ่ะ
ช- มันมีคำว่าเห้อเธอ ออกมาด้วยอ่ะ


ช นี่เราจะไม่เมมเบอร์เธอไว้ในซิมการ์ดแล้วละ
ญ ทำไมจะเมมไว้ในเครื่องหรอ
ช เปล่าเราจะเมมไว้ใน ซิมฮาร์ท หนะ ^^


ช วันเสาเน้ไปดูคอนเสิร์ต ฟิล์มกานป่าว
ญ หง่ะจิงดิ ที่ไหนหรอ
ช ที่ๆเรารักกัน


ช - มีไรจะบอกแหละ
ญ - อะไรล่ะ
ช- ได้ยินยัง
ญ - ยังเลยเนี่ย
ช - ก็คำว่ารักต้องพูดเบาๆ


ช- นี่เธอว่างมะ
ญ - ว่างจิมีไรเหรอ
ช- หมายถึงหัวใจน่ะ


ญ ไปบ้านเรามั้ย
ช บ้านเธอมีกะทะมั้ยละ
ญ มีสิ
ช ไม่อยากไปเลย
ญ ทำไมละ
ช กัวโดนทอดทิ้งอะดิ


ช - ก เอ๋ย ก ไก่ ตัวต่อไปไร
ญ - ขอไข่ไง
ช - ไม่ใช่หรอก
ญ - แล้วตัวไรอ่ะ
ช - ร รัก แซงคิว กร๊ากกก


ช.นี่ๆ เสื้อเทอมีรูด้วยล่ะ
ณ.รูไรอ่ะ
ช.รูเยิบ(love you)


ช - มะวานเราเขิลแทบตาย
ญ - ทำไมอ่ะ
ช - เอ้อลืม เราฝันไปว่าเธอรักเรา


ช: นี้เธอมองไปข้างหน้าเธออะ เห็นไรป่าว
ญ : ม้ายมีไรหนิ
ช: ม้ายเหงจิงๆหรอ
ญ: ก้อมานไม่มีอารัยหนิ
ช: ไม่มีได้ไง มองดีดีจิ อนาคตของเราสองคนไง


ช น้องๆชื่อไรคับ
ญ ชื่อ เฟิร์น ค่ะ
ช จริงเหรอคับ โหชื่อเหมือนคนที่ผมกำลังจะจีบเลย


ช: นี้เธอ หิวมั้ย ?
ญ: นิดๆอ่ะ
ช: กิน Pizza มะ
ญ: ทำไมอ่ะ
ช: ก็ Pizza หน้าความรัก สลัดผักความคิดถึงเฟรนฟรายควรคำนึง คิดถึงและห่วงใย

ช.- เทอตกลงมาเจ็บมั้ย
ญ.-ตกอารายเหรอ
ช.-ก้อเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ ลงมาหาเราไง



รถไฟยังมีจอด แต่หัวใจพี่รักตลอด ไม่มีจอดนะน้อง

อยากให้เธอปลอกหัวหอม จาได้มีน้ำตาให้เราบ้าง

อยากให้เธอเป็นไอ้แมงมุม จาได้มีเยื่อใยให้เราหน่อย

พี่ไปส่งไหมน้อง ต้องเดินอีกไกลนะกว่าจะพ้นใจพี่

 
 
ครั้งหน้าจะกลับมาเป็นเรื่องคอมฯ และ หลังจากซีเรียสมานาน คิกๆๆ

7月8日

ยินดีกับน้องหลีดผู้น่ารัก ( - - ")

วันรับปริญญาเวียนกลับมาอีกสมัยหนึ่ง นิสิตตาดำๆก็มีอันต้องกลายร่างเป็นมนุษย์เงินเดือนเพื่อนออกไปสู่ชีวิตจริง วันพฤหัสกับศุกร์เป็นเพียงวันเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใส่ชุดครุยอย่างถูกต้องตามจารีตและพระราชกำหนดชุดครุยจุฬาฯ
 
อ่อความจริงแล้ว ชุดครุยพระราชทาน ถูกกำหนดหน้าที่มาเพื่อใส่เข้าเฝ้าฯ หรือร่วมพิธีที่มีพระมหากษัตริย์(หรือผู้แทนพระองค์)เป็นประธานเท่านั้นนะขอรับ   แต่ปัจจุบันก็ได้อนุโลมไปเยอะพอสมควร
 
เข้าเรื่องดีกว่าในปีนี้ก็มีคนรู้จัก (แต่คนนั้นๆรู้จักผมหรือเปล่าอีกเรื่องนึง) หลายคนเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่ที่ต้องพูดถึงเด็กคนนี้นี่ ด้วยเหตุที่ประทับใจเหลือเกิน - -"
 
ก่อนอื่นบอกไว้ก่อนว่า โบมุ โบมุ กับหลีด(จุฬาฯ) เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานแล้ว ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
 
ตั้งแต่โดนวีนโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่  เอาเหวี่ยงขาไปโดนเขาล้มบ้าง และอะไรต่างๆนานา 
 
ท่ามกลาง chaos ต่างๆนานา น้องคนนี้ประทับใจที่สุดแล้ว เพราะน้องท่านนี้ทำตรู เดินขาเดี้ยงไป 2 สัปดาห์
 
น้องแกถอยส้นแหลมมาเหยียบกีบข้าพเจ้าเดี้ยง - -"
 
ตอนนั้นท่านเองก็กลัวเสียงเชิงชายเหลือเกิน ทำท่าไม่เจ็บไม่คัน 555+
 
แม้ว่าน้องจะอยู่คณะออกคุณหมอก็ตาม แต่เราก็ไม่บังอาจใช้บริการ เลยเก็บเป็นความแค้นต่อไป เหอะๆ
 
แต่อย่างไรก็ตาม ก็เรียนจบไปแล้วก็ความแค้นลดๆกันไป ขอแสดงความยินดีกับคุณน้องด้วยนะขอรับ (รวมถึงคนอื่นด้วย ^ ^)
 
 
ปล. ประเด็นนี้เขียนขึ้นเพราะบังเอิญเห็นหน้าคุณน้องเขาอีกรอบพอดี เลยจำอดีตได้ - -"
7月6日

พี่หมออลัน แข่งแฟนพันธ์แท้เซย์ย่า

ความจริงก็ชอบดูอยู่นะ แต่พอเปิดไปเจอหน้าพี่หมอทีนี่ ฮาตรึม เลยทำการรีบโทรไปปลุกตาป้อมให้ตื่นมาดู

แหม่ ลองเช็ค Rating พี่หมอนี่ รู้สึกว่าจะได้รับคะแนนนิยมด้วยนะเนี่ย เหอะๆ สาวๆกรี๊ดกร๊าดพอสมควร
มีการทำท่า vergo saga ด้วย บ้าได้ใจจริงๆ คิคิ

น่าเสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ผ่านไปที่ข้อตัดสิน เนื่องด้วยพี่หมอไม่ได้พกดวงไปเลยแพ้ดวงเด็กเข้าในเกมส์คำใบ้ นี่เอง

รู้สึกเหมือนกับพี่หมอของเราโดนหลอกด่ายังๆไงก็ไม่รู้ได้ เพราะ เปิดคำใบ้ออกมา 2 คำตามลำดับเจอว่า

หล่อ...
ตาย...

แต่อย่างไรก็ตาม ขอบอกว่าคำใบ้ เหียกมากๆ - _ -"  คนคิดคำใบ้ไปกินยาอะไรมาเนี่ย

แต่ก็ดีใจที่ยังเห็นว่าท่านพี่หมอของพวกเราสบายดีนะ หุหุ

สุดท้าย พี่หมออารมณ์รุนแรงเพราะดูเซย์ย่าเยอะแน่ๆเลย ^ ^! ล้อเล่นนะพี่

6月24日

ประเทศนี้มันบ้าตีความกฏหมายกันมากหรือไงฟะ

สืบเนื่องจาก http://www.blognone.com/node/8143 ว่าด้วยเรื่องของ

MPAA ระบุ "แค่แชร์ไฟล์ก็ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์"

ข่าวโดยย่อคือ คดีความการที่มีนายคนหนึ่ง เปิดแชร์ไฟล์ผ่านอินเทอร์เน็ต แล้วโดนจับ ขึ้นโรงขึ้นศาลกันไป
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ทางเจ้าทุกข์คือ MPAA เนี่ย ประมาณไปล่อซื้อ หรือในทางเน็ตคือ เห็นไฟล์ที่นายคนนี้แชร์อยู่ก็เลยไปโหลด แล้วก็ฟ้องมัน โดยไม่มีหลักฐานว่า ไฟล์นี้ถูกแชร์ไปให้คนอื่น

ซึ่งทางโจทก์ก็พยายามระบุว่าการเปิดให้ไฟล์เข้าถึงได้ในที่สาธารณะ ก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดได้แล้วง

แน่นอนว่า ถ้าในเมืองไทย พรบ. ลิขสิทธิ์ เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจน อยู่แล้ว (เคยไปนั่งอ่านในกระทู้พันธ์ทิพย์ เวลามีคนตบรู้คนในกระทู้กล้องไปแอบใช้ ก็จะมีคนแว่ว เรื่องนี้มา)
ก็ลองอ่านตามนี้ดู http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%93%E0%B9%97

Comment ก็ดูดีนะครับ แต่ว่าทำไมต้องมีพวกประเภทสุดโต่งมาเสนอ case ประหลาดด้วยเนี่ย ไอ้ประมาณใส่หูฟังกันทั้งประเทศอย่างนี้หน่ะ

เท่าที่อ่านๆดูแล้ว เข้าใจว่า (เป็น Noob กฏหมายเหมือนกัน ขอออกตัว)
เรื่องฟังเพลงนี่ มันมีข้อยกเว้นอยู่นะ...
ทำไม truevision มันถึงจับร้านอาหารที่เปิดให้คนดูได้หล่ะ เพราะมันมีสัญญาเพิ่มเติมมิใช่รือ ที่เราๆ ไม่สนใจ เซ็นต์รับๆไปหน่ะ แล้วยังจะมาโวยวายอะไรอีก

พูดถึงเรื่อง สัญญาเพิ่มเติมนี่ ก็นะ ดูอย่างบางสถานที่ เอกสารเขียนไว้ชัดเจนว่าเขายกให้คนอื่นไปแล้ว ยังมาโวยวาย อ้างอุดมการณ์ จิตวิญญาณอยู่นั่นแหละ

แถกันเข้าไป เห้อ ส่วนใหญ่เรียนกฏหมายมากันก็ ม. 5 วิชาสังคมด้วยกันทั้งนั้น (เตรียม Entrance Only จบแล้วโยนทิ้ง)

ว่ากันไป ทำไมกฏหมายอยู่นิ่งๆของมัน แบ่งแยก ขาวดำไว้ค่อนข้างดี แต่ก็มีคนพยายามหาสีเทาให้มันอีก ความจริงช่วงสีเทานี่แหละตัวดูดความเจริญของประเทศนี้เลย ไม่ว่าจะคอรัปชั่นต่างๆนานา หรือความขัดแย้งที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ มันก็มาจากความพยายามหาช่องสีเทานี่แหละ  ถ้ารู้จักกับพวกรักษากฏหมายหน่อยนึง เล่นผ่านช่องนี้ ก้ำกึ่งๆ มันก็แอบหยวนๆให้ ทุกที

อารมณ์เหมือนกับพวกขับมอเตอร์ไซต์บนฟุตบาท อ่ะ พอตำรวจมามันก็เคลมตัวเองเป็นจักรยานซะงั้น เอาขาไถๆหน่อยเรียกความสงสาร พอลงถนนก็ขับปาดคนโน้นคนนี้ไปทั่ว พอไปชนเขาก็บอกตรูรถเล็กเสียเปรียบ ฮ่วย

อ่อ ล่าสุดขอพันธมิตรซักทีเหอะ ความจริงไม่ได้เกลียดอะไรนะ แต่ เวลามันปิดถนนทำไมต้องอ้างรัฐธรรมนูญเนี่ย แล้วออกกฎหมายการจราจรทำไม ในเมื่อยังไงก็อ้างมันอย่างนี้ได้ตลอด
เดี๋ยวไม่เท่าเทียม ไอ้เหลิม พูดสั่งผู้ว่าด้วยปากเปล่าทางทีวี หาหลักฐานไม่ได้เพราะไม่เป็นลายลักษณ์อักษร   ผู้ว่าดันทำ ซวยไป - -"

เมื่อไหร่พวกสีเทาลดจำนวนไปจากประเทศนี้ แผ่นดินรับรองสูงขึ้นแน่ๆครับ

 

Reference 
1.  MPAA ระบุ "แค่แชร์ไฟล์ก็ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์", คุณ Lew , http://www.blognone.com/node/8143
2. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537, http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%93%E0%B9%97